

تحليل السوق
- تحليل السوق
- التقويم الاقتصادي
- الأخبار العاجلة
- إشارات الذكاء الاصطناعي
فتح حساب

วิเคราะห์เกมอำนาจ ธนาคารกลางสหรัฐ FED ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ Kevin Warsh ที่อาจทำให้ Powell อยู่ต่อแบบไม่คาดคิด
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ ธนาคารกลางสหรัฐ FED ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของนโยบายดอกเบี้ย แต่เป็น “เกมชิงอำนาจ” ที่มีเดิมพันระดับโลก โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้เล่นหลัก และ Kevin Warsh เป็นตัวแปรสำคัญที่ถูกผลักขึ้นมา
หากมองผิวเผิน แผนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ชัดเจนมาก — ต้องการเปลี่ยนตัวผู้นำของ ธนาคารกลางสหรัฐ FED เพื่อเร่งนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดดอกเบี้ย แต่ในความเป็นจริง ระบบการเมืองของสหรัฐไม่ได้ตอบสนองเร็วแบบนั้น
และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของความย้อนแย้งที่ทำให้สถานการณ์พลิกจาก “แผนเปลี่ยนตัว” กลายเป็น “แผนยืดเวลา”
การออกมาวิจารณ์ Powell อย่างต่อเนื่องของ โดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการผลักดัน Kevin Warsh ให้ขึ้นเป็นประธาน ธนาคารกลางสหรัฐ FED ดูเหมือนจะเป็นการเร่งเกม แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับกระตุ้นแรงต้านจากทั้งฝ่ายการเมืองและระบบราชการ
วุฒิสมาชิกบางคน โดยเฉพาะฝั่ง Republican เอง เริ่มตั้งคำถามว่าควรเดินหน้าการแต่งตั้ง Kevin Warsh ในช่วงที่ยังมีการสอบสวนหรือไม่ ขณะที่ฝั่ง Democrat ใช้โอกาสนี้ในการชะลอการพิจารณา
ยิ่งแรงกดดันสูง ระบบก็ยิ่งสร้างแรงต้านกลับ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือข้อกฎหมายของ ธนาคารกลางสหรัฐ FED ที่เปิดช่องให้ประธานสามารถดำรงตำแหน่ง “รักษาการ” ได้ หากยังไม่มีผู้สืบทอดที่ได้รับการอนุมัติ
ซึ่งหมายความว่า หาก Kevin Warsh ยังไม่ผ่านการยืนยันจากวุฒิสภา Powell สามารถอยู่ต่อได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
และนี่คือจุดที่แผนของ โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อมีการสอบสวนเข้ามาเกี่ยวข้องกับ Powell ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจของวุฒิสภา
หลายฝ่ายยืนยันว่าจะไม่สนับสนุน Kevin Warsh จนกว่าการสอบสวนจะจบลง ทำให้กระบวนการแต่งตั้งประธาน ธนาคารกลางสหรัฐ FED ติดอยู่ในสภาวะ “deadlock”
ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเดินหน้ากดดันต่อไป ความล่าช้าก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
นักลงทุนทั่วโลกไม่ได้มองแค่ตัวบุคคล แต่กำลังจับตาว่า ธนาคารกลางสหรัฐ FED จะยังคงความเป็นอิสระได้หรือไม่
เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายอย่างเปิดเผย และพยายามผลักดัน Kevin Warsh คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า Fed จะยังสามารถดำเนินนโยบายโดยไม่ถูกแทรกแซงได้หรือไม่
แม้ว่า Kevin Warsh จะถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในสายตาของ โดนัลด์ ทรัมป์ แต่การขึ้นเป็นประธาน ธนาคารกลางสหรัฐ FED ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของประธานาธิบดีเพียงฝ่ายเดียว
ทั้งหมดนี้ทำให้เส้นทางของ Warsh ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ความไม่ชัดเจนในผู้นำ ธนาคารกลางสหรัฐ FED ส่งผลโดยตรงต่อสินทรัพย์ทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการลดดอกเบี้ย ขณะที่ Fed ยังคงยืนหยัด
หาก Kevin Warsh ได้เข้ามาจริง ตลาดอาจต้องปรับมุมมองใหม่ทั้งหมด
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีอำนาจทางการเมือง แต่ก็ไม่สามารถควบคุม ธนาคารกลางสหรัฐ FED ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ในขณะเดียวกัน Kevin Warsh ก็ยังต้องเผชิญกับระบบที่ซับซ้อน และ Powell อาจยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปนานกว่าที่หลายคนคาด
สุดท้ายแล้ว เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ใครจะได้เป็นประธาน” แต่คือ “ใครจะกำหนดอนาคตของเศรษฐกิจโลก”
Yahoo Finance (2026) – Trump vs Powell conflict
Reuters (2026) – Fed leadership uncertainty
The Wall Street Journal (2026) – Political pressure on central bank