KVB Logo
Home
Products
Trading
Insights
Campaigns
About Us
imgimg
Market Analysis

SpaceX ยื่น IPO ครั้งประวัติศาสตร์ แต่สิทธิ์ในการโหวตยังอยู่ที่ Elon Musk

Sirawit · 246.6K Views

SpaceX IPO: เข้าตลาด Nasdaq 12 มิ.ย. นี้ — แต่เงินคุณอยู่ในมือใคร?

SpaceX ยื่น IPO แต่สิทธิ์ในการโหวตยังอยู่ที่ Elon Musk

ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 SpaceX ได้ยื่นไฟล์ S-1 ต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) อย่างเป็นทางการ เปิดทางให้บริษัทอวกาศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ด้วยเป้าระดมทุนสูงถึง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าบริษัทที่ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ นี่จะกลายเป็น SpaceX IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Wall Street ทุบสถิติของ Saudi Aramco ที่เคยระดมทุนได้ราว 29,400 ล้านดอลลาร์ในปี 2562

แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นของตัวเลขมหึมา มีคำถามหนึ่งที่นักลงทุนทุกคนควรถามก่อนจะกดปุ่ม Buy: ถ้าซื้อหุ้น SPCX ไป — ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของบริษัทนี้จริงๆ?

SpaceX IPO คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

การทำ IPO (Initial Public Offering) คือกระบวนการที่บริษัทเอกชนนำหุ้นส่วนหนึ่งออกจำหน่ายให้กับนักลงทุนทั่วไปเป็นครั้งแรก เงินที่ได้จากการขายหุ้นนั้นจะเข้าสู่บริษัทโดยตรงเพื่อนำไปลงทุนขยายกิจการต่อ

สำหรับ SpaceX การทำ SpaceX IPO ในครั้งนี้มีนัยสำคัญเกินกว่าตัวเลขทางการเงิน เพราะนี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่บริษัทอวกาศเอกชนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยมูลค่าที่สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับว่า SpaceX จะกลายเป็นบริษัทมหาชนที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก แซงหน้ายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Apple, Microsoft และ Nvidia

ไทม์ไลน์สำคัญมีดังนี้: roadshow กับนักลงทุนสถาบันเริ่มต้น 4 มิถุนายน, กำหนดราคาหุ้น 11 มิถุนายน, และเปิดซื้อขายวันแรก 12 มิถุนายน 2569

ตัวเลขทางการเงินที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ไฟล์ S-1 ที่ SpaceX ยื่นต่อ SEC เปิดเผยตัวเลขจริงของบริษัทให้สาธารณชนได้เห็นเป็นครั้งแรก ข้อมูลเหล่านี้มีทั้งส่วนที่น่าประทับใจและส่วนที่ต้องคิดให้รอบคอบ

  • รายได้รวมปี 2568: 18,670 ล้านดอลลาร์
  • ขาดทุนสุทธิปี 2568: 4,900 ล้านดอลลาร์
  • รายได้ Q1/2569: 4,690 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนสุทธิ 4,300 ล้านดอลลาร์
  • สินทรัพย์รวม: 102,000 ล้านดอลลาร์
  • หนี้สินรวม: 60,500 ล้านดอลลาร์

ที่น่าสังเกตคือแม้ SpaceX จะมีรายได้มหาศาล แต่บริษัทยังคงขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง เหตุผลหลักมาจากการลงทุนอย่างหนักในโครงการ Starship ซึ่งยังอยู่ในช่วงพัฒนา และค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาที่สูงมาก มูลค่า IPO ที่ตั้งเป้า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์นั้นสะท้อนถึง P/S ratio ระหว่าง 109–116 เท่าของรายได้ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าสูงมากแม้แต่ในมาตรฐานของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ

Starlink: เครื่องจักรสร้างรายได้ที่แท้จริง

หากจะพูดถึงส่วนที่ทำกำไรได้จริงของ SpaceX ต้องพูดถึง Starlink บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่ขณะนี้มีสมาชิกกว่า 10 ล้านรายทั่วโลก ในปี 2568 กลุ่ม Connectivity ซึ่งส่วนใหญ่คือ Starlink มีรายได้ 11,390 ล้านดอลลาร์ เติบโตเกือบ 50% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรจากการดำเนินงาน 4,420 ล้านดอลลาร์

ใน Q1/2569 Starlink ทำรายได้ 3,260 ล้านดอลลาร์ พร้อมกำไรจากการดำเนินงาน 1,190 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สวนทางกับผลขาดทุนรวมของบริษัท เพราะกลุ่มธุรกิจจรวดและ Starship ยังเผาเงินลงทุนอยู่มาก

กลยุทธ์ระยะยาวของ SpaceX IPO คือการใช้กำไรจาก Starlink มาอุดหนุนการพัฒนา Starship ซึ่งมีเป้าหมายทำการปล่อยดาวเทียมเชิงพาณิชย์ได้ 10,000 ครั้งต่อปีภายในห้าปีข้างหน้า

ประเด็นที่นักลงทุนต้องรู้: สิทธิในการตัดสินใจอยู่ที่ใคร?

นี่คือหัวใจของเรื่องที่หลายสื่อไม่ได้พูดถึงอย่างตรงไปตรงมา และเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนที่สนใจ SpaceX IPO ควรทำความเข้าใจก่อนลงทุน

SpaceX ออกแบบโครงสร้างหุ้นแบบ dual-class share structure คือมีหุ้นสองประเภท ได้แก่ Class A ที่จะขายให้นักลงทุนทั่วไป และ Class B ที่มัสก์ถือไว้ หุ้น Class B มีสิทธิ์โหวตสูงกว่า Class A อย่างมาก ผลคือ อีลอน มัสก์ยังคงถือสิทธิ์โหวตถึง 85.1% ของบริษัท แม้จะมีนักลงทุนทั่วโลกถือหุ้น SPCX อยู่หลายสิบล้านคนก็ตาม

"นักลงทุนที่ซื้อหุ้น SPCX ควรเข้าใจว่าตนเองไม่มีอำนาจในการกำกับทิศทางบริษัทแต่อย่างใด การตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับ Elon Musk ฝ่ายเดียว" — สรุปจากการวิเคราะห์ไฟล์ S-1 ของ SpaceX

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจาก IPO SpaceX จะใช้สถานะ "controlled company" ซึ่งยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Nasdaq ที่กำหนดให้ต้องมีกรรมการอิสระเสียงข้างมากในคณะกรรมการบริษัท มัสก์จะดำรงตำแหน่ง CEO, CTO และ Chairman พร้อมกัน โดยมีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ Class B ได้ตามต้องการ

ความหมายในทางปฏิบัติคือ ไม่ว่าคุณจะถือหุ้น SPCX มากเพียงใด คุณไม่มีสิทธิ์ค้านหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัทได้เลย หากมัสก์ตัดสินใจเอาเงินบริษัทไปทุ่มกับโครงการที่ยังไม่มีรายได้ — นั่นคือสิทธิ์ของเขาโดยสมบูรณ์

นอกจากนี้ ไฟล์ S-1 ยังระบุว่าบริษัทไม่มีแผนจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น Class A ในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นการลงทุนใน SpaceX IPO ครั้งนี้จึงเป็นการเดิมพันว่าราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของมูลค่าบริษัทเพียงอย่างเดียว

Tesla และ BlackRock: ใครอยู่ในเกมนี้บ้าง?

สิ่งที่ทำให้ SpaceX IPO ครั้งนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ตามรายงาน BlackRock กำลังพิจารณาลงทุนสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ในการ IPO ครั้งนี้

ส่วน Tesla ถือหุ้น Class A ของ SpaceX อยู่ราว 18.7 ล้านหุ้น หลังจากลงทุนไป 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าผู้ถือหุ้น Tesla มีสัดส่วนทางอ้อมใน SpaceX อยู่แล้ว และจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่า SpaceX หลัง IPO

ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือมัสก์ระบุว่าต้องการจัดสรรหุ้นสูงถึง 30% ของ IPO ให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงผิดปกติสำหรับการ IPO ขนาดใหญ่ที่มักจะถูกครองโดยกองทุนสถาบัน การกระจายหุ้นให้นักลงทุนรายย่อยมากขึ้นอาจช่วยสร้างฐานผู้ถือหุ้นที่กว้างขึ้น และสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของมัสก์ที่มักนำเสนอตัวเองว่าเป็น "ผู้สนับสนุนนักลงทุนรายย่อย"

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอวกาศและตลาดหุ้น

การเข้าตลาดของ SpaceX IPO จะไม่ส่งผลแค่กับตัว SPCX เองเท่านั้น แต่จะเปลี่ยนภาพรวมของอุตสาหกรรมอวกาศทั้งหมด ข้อมูลตลาดปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าหุ้นบริษัทอวกาศหลายตัวปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่รอ SPCX ปรากฏบนกระดาน เช่น Satellogic ขึ้นกว่า 407% YTD, Planet Labs ขึ้น 110% และ Rocket Lab ขึ้น 76%

เมื่อ SPCX เริ่มซื้อขายในวันที่ 12 มิถุนายน ราคาจะเป็นตัวกำหนด benchmark ใหม่ให้กับทั้งกลุ่ม บริษัทอวกาศที่มี valuation ต่ำกว่ามากอาจถูกมองว่า undervalued เมื่อเปรียบเทียบ ในขณะที่บางบริษัทอาจถูกมองว่า overvalued เมื่อ SpaceX ตั้งราคาเป็นมาตรฐานใหม่

ควรลงทุนใน SpaceX IPO ไหม?

คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่มีกรอบที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

ข้อดีที่ชัดเจน: SpaceX มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่แทบไม่มีคู่แข่งในตลาดปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ Starlink เติบโตเร็วมากและเริ่มทำกำไรได้แล้ว โครงการ Starship อาจเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนในอุตสาหกรรมอวกาศอย่างถาวร และนี่คือโอกาสที่นักลงทุนรายย่อยจะเข้าถึงบริษัทที่เคยเป็นของเอกชนมาตลอด

ความเสี่ยงที่ต้องรับรู้: การขาดทุนสุทธิต่อเนื่องทั้งที่รายได้สูง, การไม่มีสิทธิ์โหวตแม้แต่คำเดียวของผู้ถือหุ้นรายย่อย, valuation ที่สูงมากจนต้องการการเติบโตระยะยาวที่แทบสมบูรณ์แบบเพื่อให้คุ้มค่า, ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงสัญญาราชการ และความไม่แน่นอนจากการมีมัสก์บริหารหลายบริษัทพร้อมกัน

นักวิเคราะห์หลายรายแนะนำว่าสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจ SpaceX IPO ควรพิจารณารอดูผลประกอบการรายไตรมาสแรกในฐานะบริษัทมหาชน ซึ่งคาดว่าจะออกมาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนตัดสินใจลงทุนจำนวนมาก เพราะ IPO ขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจสูงมักมีราคาปรับลดลง 20–40% ใน 90 วันแรกหลังเปิดตลาด

บทสรุป: โอกาสแห่งทศวรรษ — หรือกับดักสำหรับคนไม่ระวัง?

SpaceX IPO ภายใต้ ticker SPCX ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 คือเหตุการณ์ที่ตลาดการเงินโลกรอคอยมานาน ตัวเลข 1.75 ล้านล้านดอลลาร์และการระดมทุน 75,000 ล้านดอลลาร์ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ Wall Street

แต่สิ่งที่ทำให้การลงทุนครั้งนี้แตกต่างจาก IPO ทั่วไปคือโครงสร้างอำนาจที่ฝังอยู่ในหุ้น Class B ของมัสก์ คุณจะเป็น "เจ้าของร่วม" ของ SpaceX ในทางกฎหมาย แต่เจตจำนงทุกอย่างในบริษัทขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนๆ เดียว

นั่นไม่ได้หมายความว่า SPCX เป็นการลงทุนที่แย่โดยอัตโนมัติ — มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเชื่อใน vision ของมัสก์มากพอไหม และพร้อมรับความเสี่ยงในรูปแบบที่ผิดปกติแค่ไหน ไม่ว่าคำตอบของคุณจะเป็นอะไร ทำความเข้าใจกฎของเกมให้ดีก่อนจะวางเดิมพัน

Need Help?
Click Here