KVB Logo
Inicio
Productos
Comercio
Perspectivas
Campañas
Sobre nosotros
imgimg
Análisis de mercado
  • Análisis de mercado
  • Calendario económico
  • Noticia de última hora
  • Señales de IA

สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ฉุดตลาดหุ้นโลก สภาผู้แทนฯ โหวตยุติสงคราม

Sirawit · 233.1K Vistas

สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ฉุดตลาดหุ้นโลก สภาผู้แทนฯ โหวต 215-208 สั่งยุติสงคราม

สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ฉุดตลาดหุ้นโลก สภาผู้แทนฯ โหวตยุติสงคราม

เมื่อคืนวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2026 ตลาดการเงินโลกเผชิญกับแรงกดดันอีกระลอก เมื่อความไม่แน่นอนรอบ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ที่ยืดเยื้อมากว่า 90 วันนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปะทุขึ้นอีกครั้งในสองสนามพร้อมกัน ทั้งบนพื้นที่รบในอ่าวเปอร์เซียและในห้องประชุมรัฐสภาสหรัฐฯ ที่วอชิงตัน ดี.ซี.

ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงอย่างพร้อมเพรียง โดย S&P 500 ฟิวเจอร์ส (ES=F) ร่วงลงราว 0.5% ขณะที่ฟิวเจอร์ส Nasdaq 100 (NQ=F) ที่เน้นหนักในหุ้นเทคโนโลยีดิ่งลงประมาณ 0.6% ส่วน Dow Jones Industrial Average ฟิวเจอร์ส (YM=F) เกาะกรอบ Flatline แต่ยังมีแรงกดดันอยู่ใต้ผิวน้ำ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั่วโลกยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถสรุปข้อตกลงยุติ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ได้โดยเร็ว

สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ โหวต 215-208 ท้าทายอำนาจทรัมป์

เหตุการณ์ที่กระทบตลาดมากที่สุดในคืนวันพุธ คือการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านมติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) ด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง เพื่อสั่งให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยุติการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน นับเป็นครั้งแรกที่มาตรการดังกล่าวผ่านสภาล่างได้อย่างสำเร็จนับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้งมากกว่าสามเดือนก่อน

ที่น่าสังเกตคือ มีสมาชิกพรรครีพับลิกันถึงสี่คนที่ข้ามฝั่งมาร่วมลงคะแนนกับฝ่ายเดโมแครต สะท้อนให้เห็นว่าความไม่พอใจต่อการดำเนินสงครามที่ไม่มีจุดสิ้นสุดชัดเจนเริ่มแทรกซึมเข้าไปในพรรคของทรัมป์เองแล้ว ตัวแทนไบรอัน ฟิตซ์แพทริก จากรัฐเพนซิลเวเนีย ระบุว่าเขาสนับสนุนมตินี้เพราะต้องการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติอำนาจสงคราม ค.ศ. 1973 ที่กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาภายใน 60 วัน หรือยุติการปฏิบัติการทางทหาร

"เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย" — ตัวแทนไบรอัน ฟิตซ์แพทริก พรรครีพับลิกัน รัฐเพนซิลเวเนีย

อย่างไรก็ตาม มตินี้ยังถือเป็น "สัญลักษณ์" มากกว่า "บังคับ" เพราะทรัมป์มีสิทธิ์ใช้อำนาจ Veto ปฏิเสธมติดังกล่าวได้ ประธานสภาไมค์ จอห์นสัน ยืนหยัดสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ โดยกล่าวว่าอิหร่านประกาศสงครามกับสหรัฐฯ มาตั้งแต่ 47 ปีก่อนแล้ว แต่ภาพรวมทางการเมืองที่แตกแยกในพรรครีพับลิกันเองก็ส่งสัญญาณให้ตลาดเห็นว่าเส้นทางออกจาก สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ยังคงเต็มไปด้วยหลุมบ่อ

ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง: จากชนวนสู่วิกฤต 90 วัน

เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดตลาดถึงมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงต่อ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน จำเป็นต้องย้อนดูภาพรวมของความขัดแย้งที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ

  • 28 กุมภาพันธ์ 2026: สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่ลุกลาม
  • ต้นมีนาคม 2026: S&P 500 ร่วงลงกว่า 2.49% ในวันเดียว ราคาน้ำมันพุ่ง อิหร่านขู่โจมตีเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
  • ปลายมีนาคม 2026: ทรัมป์ประกาศหยุดยั้งการโจมตีชั่วคราว 5 วัน อ้างมีการเจรจา ตลาดฟื้นตัวชั่วคราว ก่อนที่อิหร่านจะปฏิเสธการมีการเจรจาดังกล่าว
  • เมษายน 2026: เกิดการสงบศึกชั่วคราว 2 สัปดาห์ แต่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ เริ่มผลักดันมติอำนาจสงคราม และถูกพรรครีพับลิกันขัดขวาง
  • 3 มิถุนายน 2026: สหรัฐฯ และอิหร่านโจมตีกันอีกครั้งในอ่าวเปอร์เซียก่อนที่สภาฯ จะลงมติ 215-208 ให้ยุติสงคราม

ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดที่โลกต้องจ้องตา

หัวใจสำคัญของผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน อยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก ซึ่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กว่า 20-21% ของซัพพลายโลกต้องผ่านจุดนี้ทุกวัน หากอิหร่านปิดหรือขัดขวางการสัญจรในช่องแคบ ผลกระทบจะแผ่ซ่านไปยังทุกมุมโลกทันที

ทรัมป์เคยกล่าวว่าสหรัฐฯ จะ "คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" และเคยพูดถึงความเป็นไปได้ในการ "ยึดแหล่งส่งออกน้ำมันที่เกาะคาร์ก" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ทำให้ตลาดน้ำมันผันผวนอย่างหนัก ราคาน้ำมัน Brent ในยุโรปพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ในช่วงที่ความขัดแย้งร้อนแรงที่สุด ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยหนักใจของธนาคารกลาง (Fed)

ตลาดหุ้นโลก: ตัวเลขที่บอกเล่าความกลัว

ตลอดระยะเวลาที่ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ดำเนินมา ตลาดหุ้นแสดงพฤติกรรมที่ชัดเจน คือ "ขึ้นเมื่อมีสัญญาณการเจรจา ลงเมื่ออิหร่านปฏิเสธ" ในช่วงต้นของความขัดแย้ง S&P 500 ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบหลายเดือน ก่อนที่จะฟื้นตัวบางส่วนเมื่อมีการสงบศึกชั่วคราวในเดือนเมษายน และกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางความหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

แต่ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน ภาพเดิมซ้ำรอย ตลาดถอยออกจากจุดสูงสุด น้ำมันพุ่ง และฟิวเจอร์สในคืนเดียวกันสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีกันในอ่าวเปอร์เซียแม้จะอยู่ในช่วงสงบศึกที่เปราะบาง นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถามว่าทรัมป์มีแผนยุติสงครามที่ชัดเจนจริง ๆ หรือไม่

SpaceX IPO $75,000 ล้านและ Broadcom ก็ถูกบดบัง

แม้จะมีข่าวใหญ่อีกสองเรื่องที่ปกติแล้วควรจะครองพาดหัว แต่ก็ถูกกดทับด้วยแรงกดดันจาก สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน อยู่ดี

SpaceX ยืนยันในเอกสารทางการว่าวางแผน IPO ขนาด 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสำเร็จจะกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน ขณะที่ Broadcom (AVGO) รายงานผลประกอบการที่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง โดยเฉพาะแนวโน้มยอดขายชิป AI ที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวัง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงหลังตลาดปิด สัญญาณที่น่ากังวลสำหรับกลุ่มเทคโนโลยีโดยรวม

ตลาดแรงงานและรายงาน Jobs ที่รอคอย

ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน วอลล์สตรีทรอรับข้อมูลตลาดแรงงานสองชุดก่อนรายงาน Nonfarm Payrolls ของเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะออกในวันศุกร์ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์จาก Bureau of Labor Statistics และข้อมูลการปลดพนักงานจาก Challenger, Gray & Christmas ทั้งสองชุดข้อมูลนี้จะช่วยประเมินว่าความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานจริงหรือไม่

ในด้านผลประกอบการ บริษัทที่ต้องติดตามในวันพฤหัสบดี ได้แก่ Ciena Corporation (CIEN), lululemon athletica (LULU) และ DocuSign (DOCU) ซึ่งล้วนเป็นตัวชี้วัดสำคัญของภาคโทรคมนาคม การค้าปลีก และซอฟต์แวร์ตามลำดับ

มุมมองเชิงลึก: ตลาดกลัวอะไรมากที่สุด?

เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ในมิติของตลาดการเงิน มีสามปัจจัยหลักที่นักลงทุนกังวลมากที่สุด

  1. ราคาพลังงานและเงินเฟ้อ: ทุกครั้งที่ความขัดแย้งทวีความรุนแรง ราคาน้ำมันพุ่ง ซึ่งกดดัน Fed ให้ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น และลดโอกาสที่นักลงทุนจะได้เห็นการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้
  2. ความไม่แน่นอนทางการเมือง: การที่รัฐสภาสหรัฐฯ เริ่มขัดแย้งกับฝ่ายบริหารในเรื่องสงคราม สร้างความไม่แน่นอนในเชิงนโยบายที่ตลาดเกลียดที่สุด
  3. ห่วงโซ่อุปทานโลก: ความเสี่ยงที่การขนส่งสินค้าผ่านอ่าวเปอร์เซียอาจหยุดชะงัก กระทบต้นทุนการผลิตของบริษัทข้ามชาติทั่วโลก

มอร์แกน สแตนลีย์ระบุในรายงานว่าแม้ Wall Street จะมองโลกในแง่ดี แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สะสมขึ้นทำให้ตลาด "เดินบนเชือก" ความคาดหวังที่ถูก Price-in ไปมากแล้วทำให้ผิดหวังได้ง่ายเมื่อมีข่าวร้ายออกมา

อะไรต้องจับตาต่อจากนี้?

ภายใต้กรอบ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ที่ยังไม่มีบทสรุป ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางตลาดในระยะสั้นมีดังนี้

  • ทรัมป์จะใช้อำนาจ Veto ปฏิเสธมติสภาฯ หรือไม่ และรัฐสภาจะมีคะแนนเสียงพอที่จะล้ม Veto ได้หรือเปล่า
  • ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังขาดความชัดเจนในทางปฏิบัติ
  • ตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนพฤษภาคมในวันศุกร์ ที่จะส่งผลต่อการประเมินทิศทาง Fed
  • สถานะของช่องแคบฮอร์มุซ และความเสี่ยงด้านการขนส่งพลังงาน
  • ปฏิกิริยาของกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเริ่มเข้าร่วมความขัดแย้งแล้ว

สิ่งที่แน่ชัดคือ ตลาดการเงินโลกจะยังคงผันผวนตาม Headline ของ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง

¿Necesitas ayuda?
Haz clic aquí