KVB Logo
होम
उत्पाद
ट्रेडिंग
अंतर्दृष्टि
अभियान
हमारे बारे में
imgimg
बाजार विश्लेषण
  • बाजार विश्लेषण
  • आर्थिक कैलेंडर
  • समाचार फ्लैश
  • एआई सिग्नल

ราคาทองคำดิ่งในรอบ 2 เดือน เหตุสงคราม US-Iran หนุนเงินเฟ้อ

Sirawit · 238.6K दृश्य

ราคาทองคำดิ่งสู่จุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน: เมื่อสงคราม US-Iran กลายเป็นปัจจัยกดดันที่ตลาดไม่คาดคิด

ราคาทองคำดิ่งในรอบ 2 เดือน เหตุสงคราม US-Iran หนุนเงินเฟ้อ

ราคาทองคำ (Spot Gold) ร่วงลงกว่า 1.6% มาอยู่ที่ระดับ 4,433.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันพุธที่ผ่านมา นับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2568 ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ สำหรับการส่งมอบเดือนมิถุนายน ก็ร่วงลงในทิศทางเดียวกันที่ 4,431.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภาพที่เห็นในตลาดสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า ราคาทองคำดิ่งไม่ใช่เพราะปัจจัยพื้นฐานของโลหะมีค่าเปลี่ยนแปลง แต่เป็นเพราะภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังส่งสัญญาณที่ซับซ้อนต่อตลาดการเงิน

สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับนักลงทุนทั่วไปคือ ทองคำซึ่งมักถูกมองว่าเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) กลับอ่อนค่าลงในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคุกรุ่น แต่หากพิจารณากลไกของตลาดให้ลึกขึ้น จะพบว่าเส้นทางของราคาทองคำดิ่งในครั้งนี้มีเหตุผลที่แข็งแกร่งและซับซ้อนกว่าที่คิด

"ปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดยังคงเป็นตะวันออกกลาง ความหวังบางอย่างยังคงอยู่ แต่เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป ความหวังนั้นก็เลือนหายไปด้วย" — Peter Grant รองประธานและนักกลยุทธ์ด้านโลหะ, Zaner Metals

เปิดภาพ: ทองคำร่วงแรง ขณะตลาดรับรู้ความเสี่ยงรูปแบบใหม่

ตลาดทองคำในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความผันผวนที่ผิดธรรมชาติ เมื่อสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านปะทุขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ราคาทองคำในช่วงแรกปรับตัวขึ้นตามการคาดการณ์ปกติ เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ภาพนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อกลไกที่ซับซ้อนกว่าเริ่มทำงาน

ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อนำมาซึ่งการปิดและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่งสูง เงินเฟ้อพุ่งตาม และธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็เริ่มส่งสัญญาณที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่นั้นมา ราคาทองคำดิ่งลงมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในช่วงต้นความขัดแย้ง

ทำไมสงครามถึงกดราคาทองแทนที่จะหนุน? เข้าใจกลไกนี้ให้ถ่องแท้

โดยปกติแล้ว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มักจะหนุนราคาทองคำ เนื่องจากนักลงทุนพากันหลบเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ความตึงเครียด US-Iran ในรอบนี้มีมิติที่แตกต่างออกไป เพราะความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดิบ เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูง ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อก็ตามมา และเมื่อเงินเฟ้อดูแรง ตลาดก็ปรับคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น หรืออาจถึงขั้นขึ้นดอกเบี้ยอีก

ดอกเบี้ยสูงคือศัตรูตัวฉกาจของทองคำ เพราะทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยหรือเงินปันผล เมื่อพันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ทองคำจึงสูญเสียความน่าดึงดูดโดยเปรียบเทียบ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ ราคาทองคำดิ่งแม้ในห้วงเวลาที่โลกดูวุ่นวาย

ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานโลกที่กำหนดทิศทางทองคำ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในสมการนี้คือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันโลกกว่า 20% ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดปิดช่องแคบแห่งนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ผันผวนอย่างรุนแรง ส่งคลื่นผลกระทบไปยังตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก

รายงานจากสื่อรัฐอิหร่านระบุว่ามีร่างบันทึกข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน เพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบ แต่ทำเนียบขาวออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว ความขัดแย้งของสัญญาณเหล่านี้ทำให้ตลาดอยู่ในสภาวะไม่แน่นอน และทำให้ ราคาทองคำดิ่งอย่างต่อเนื่อง

ที่น่าจับตาคือ แม้แต่ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายเคลื่อนเข้าใกล้ข้อตกลง นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่าราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงจะยังคงเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง

มุมมองนักวิเคราะห์: ตลาดกำลังเปลี่ยนโครงสร้างความเชื่อ

"ข่าวสารที่ออกมาไม่ได้ทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และยังยกระดับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ พร้อมกับส่งสัญญาณที่ค่อนข้างเข้มงวดต่อตลาดในเรื่องอัตราดอกเบี้ย" — Bart Melek หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์โลก, TD Securities

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ณ ช่วงก่อนสงครามอิหร่าน นักวิเคราะห์คาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2568 แต่ขณะนี้ตลาดได้ปรับคาดการณ์ใหม่ทั้งหมด โอกาสที่ดอกเบี้ยจะคงที่ในการประชุมเดือนเมษายนอยู่ที่ 93% และมีเพียง 3% ของนักเทรดที่ยังเชื่อว่าจะมีการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม การเปลี่ยนแปลงความคาดหวังในระดับนี้ถือว่ารุนแรงมากในมาตรฐานของตลาดการเงิน และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ ราคาทองคำดิ่งอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี

นักลงทุนไทยควรมองสถานการณ์นี้อย่างไร?

สำหรับนักลงทุนไทยที่ถือทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ต สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า ราคาทองคำดิ่งในครั้งนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในความคาดหวังด้านนโยบายการเงิน ไม่ใช่เพียงความผันผวนระยะสั้นจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นหลักที่ต้องติดตามได้แก่:

  1. ทิศทางดอกเบี้ย Fed — หาก Fed ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเมื่อใด ทองคำจะฟื้นตัวทันที
  2. สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ — หากเปิดได้สำเร็จ ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อจะชะลอ
  3. ข้อตกลง US-Iran — ความคืบหน้าในการเจรจาคือตัวแปรที่พลิกตลาดได้ทันที
  4. ค่าเงินดอลลาร์ — ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อทองคำในรูปดอลลาร์

กลยุทธ์ที่นักลงทุนหลายรายใช้ในสถานการณ์เช่นนี้คือการรอสัญญาณยืนยันก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดสัดส่วนทองคำ แทนที่จะรีบตอบสนองต่อข่าวรายวัน เพราะในระยะยาว ทองคำยังคงเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วหลายศตวรรษ

ประวัติศาสตร์บอกอะไร: รูปแบบราคาทองคำหลังความขัดแย้งในอดีต

หากมองย้อนไปยังสงครามอ่าวเปอร์เซีย วิกฤตซีเรีย หรือความขัดแย้งในยูเครน จะพบรูปแบบที่คล้ายกัน ช่วงที่ความขัดแย้งเริ่มต้น ทองคำมักปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อเพื่อความปลอดภัย แต่เมื่อความขัดแย้งยืดเยื้อและส่งผลต่อเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ย ทองคำกลับอ่อนค่าลงในที่สุด

ในกรณีปัจจุบัน ราคาทองคำดิ่งมากกว่า 15% นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นบทเรียนที่ตอกย้ำว่า การเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยนั้นไม่ได้หมายความว่าจะขึ้นเสมอในทุกสถานการณ์ความเสี่ยง บริบทของความเสี่ยงต่างหากที่กำหนดทิศทาง

แนวโน้มในระยะต่อไป: มองหาจุดกลับตัว

ท่ามกลางแรงกดดันที่รุมเร้า ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับตลาดทองคำ ตลาดเริ่มมีความหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า US และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงในเร็ว ๆ นี้เพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยังส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกันอยู่ก็ตาม

หากข้อตกลงสำเร็จ ราคาพลังงานจะลดลง ความกังวลเงินเฟ้อจะชะลอ และ Fed อาจกลับมาพิจารณาลดดอกเบี้ยได้อีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยบวกต่อ ราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ บางสำนักวิเคราะห์ประเมินว่าหากความขัดแย้งสงบลง ราคาทองอาจฟื้นตัวกลับไปทดสอบแนวต้านเหนือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ภายในปลายปีนี้

สิ่งที่แน่นอนคือ ตลาดทองคำกำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ และคำตอบอยู่ที่ห้องประชุมในวอชิงตัน เตหะราน และอาคาร Federal Reserve ในนิวยอร์ก ไม่ใช่แค่ตัวเลขอุปสงค์อุปทานของโลหะมีค่าอีกต่อไป หากคุณถือทองคำอยู่ในพอร์ต นี่คือช่วงเวลาที่ต้องติดตามสัญญาณมหภาคอย่างใกล้ชิด มากกว่าจะฟังเสียงรบกวนจากข่าวรายวัน

सहायता की आवश्यकता है?
यहाँ क्लिक करें