KVB Logo
Início
Produtos
Negociação
Percepções
Campanhas
Sobre nós
imgimg
Análise de mercado
  • Análise de mercado
  • Calendário Econômico
  • Últimas notícias
  • Sinais de IA

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ 30 ปี พุ่งแตะ 5.19% สูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ

Sirawit · 230.3K Visualizações

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ 30 ปี พุ่งแตะ 5.19% สูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษ

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ 30 ปี พุ่งแตะ 5.19%

ตลาดพันธบัตรโลกเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่ เมื่อ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ อายุ 30 ปีพุ่งทะลุ 5.19% สูงสุดนับตั้งแต่กรกฎาคม 2007 ขณะที่ตลาดพันธบัตรทั้งในยุโรปและเอเชียร่วงพร้อมกัน สัญญาณจากครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวระยะสั้น แต่อาจหมายถึงการเข้าสู่ยุคใหม่ของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก

ตัวเลขที่ตลาดจับตา

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ อายุ 30 ปีปรับขึ้น 7 basis points สู่ระดับ 5.19% ระดับที่เคยเห็นครั้งสุดท้ายก่อนวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 นอกจากนี้ yield อายุ 10 ปีซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ในสหรัฐ ก็ปรับขึ้นสู่ 4.67% สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 ขณะที่ yield อายุ 2 ปีอยู่ที่ 4.12%

ที่น่าสังเกตคือปริมาณซื้อขาย futures พันธบัตรในช่วงเช้าของตลาดนิวยอร์กนั้นสูงเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยปกติ นักลงทุนสถาบันส่งคำสั่งบล็อกเทรดขนาดใหญ่หลายรายการขณะที่ yield ยังคงวิ่งขึ้นต่อเนื่อง บ่งบอกว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่อารมณ์ชั่วคราว แต่เป็นการปรับสถานะพอร์ตครั้งใหญ่

สามแรงขับที่ผลักดัน yield พุ่ง

การที่ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นครั้งนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากสามแรงกดดันที่ทำงานพร้อมกัน

  • เงินเฟ้อจากราคาพลังงาน: สงครามอิหร่านที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง กดดันระดับราคาทั่วโลกให้สูงขึ้นในอัตราที่ตลาดเริ่มกังวลว่าอาจไม่ใช่แค่ชั่วคราว
  • การขาดดุลการคลังที่ขยายตัวไม่หยุด: ค่ามัธยฐานการประมาณการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐจาก primary dealers อยู่ที่ 1.95 ล้านล้านดอลลาร์สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดกันยายนนี้ และคาดว่าจะขยายเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 รัฐบาลที่ต้องออกพันธบัตรมากขึ้นต้องยอมให้ yield สูงขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ
  • ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์: นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์ระยะยาวในช่วงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพันธบัตรตกและ yield พุ่งขึ้น

เส้นทราย 5% ถูกทำลายแล้ว

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ระดับ 5% ของ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ อายุ 30 ปีถูกมองเป็น "เส้นทราย" ที่จะกระตุ้นแรงซื้อจากนักลงทุนที่มองว่า yield ระดับนั้นน่าสนใจพอสำหรับสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง เส้นนั้นถูกทะลุผ่านไปอย่างไม่มีแรงต้านที่ชัดเจน

Ed Al-Hussainy จาก Columbia Threadneedle Investments กล่าวตรงๆ ว่า "ตอนนี้ยังไม่มีผู้ซื้อรายใหญ่เข้ามาหยุดการเคลื่อนไหวนี้" ขณะที่การประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปีในกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 ที่ได้ดอกเบี้ยเกิน 5% และความต้องการจากนักลงทุนก็อยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น แม้ในอัตราดังกล่าว นั่นบ่งบอกว่าตลาดยังไม่มั่นใจว่า yield ระดับนี้เป็นระดับสูงสุดแล้ว

Ian Lyngen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยของ BMO Capital Markets เตือนว่าหาก อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ อายุ 30 ปีขึ้นไปแตะ 5.25% ในสัปดาห์ถัดไป อาจเห็นการปรับฐานในตลาดหุ้นที่ยาวนานและรุนแรงกว่าที่ผ่านมา

Fed กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนนโยบาย

สิ่งที่ตลาดพลิกโฉมมากที่สุดในรอบนี้คือทิศทางคาดการณ์นโยบายการเงินที่เปลี่ยนแบบ 180 องศา ก่อนสงครามอิหร่านจะปะทุ ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปี 2026 แต่ตอนนี้ interest rate swaps ชี้ว่ามีโอกาสมากกว่า 80% ที่ Fed จะ ขึ้น ดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้

Benjamin Schroeder นักกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยอาวุโสจาก ING ระบุว่า "ตลาดพลิกมาอยู่ในทิศทาง hiking อย่างชัดเจน" เนื่องจากนักลงทุน "กังวลว่าแรงกดดันราคาพลังงานจะกลายเป็นมากกว่าแค่เงินเฟ้อชั่วคราว"

Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง จะต้องรับมือทั้ง yield ที่พุ่งสูงและ sentiment ตลาดที่พลิกมาคาด hiking แทน cutting สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ทำให้การสื่อสารนโยบายของ Fed มีความสำคัญสูงมากในช่วงเดือนข้างหน้า

คลื่นลูกเดียวกันที่กระทบทั่วโลก

การพุ่งของ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเทขายพันธบัตรพร้อมกันทั่วโลก yield พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี (gilt) กำลังเข้าใกล้ 6% yield พันธบัตรระยะยาวของเยอรมนีอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 และญี่ปุ่นก็เพิ่งบันทึก yield พันธบัตรอายุ 30 ปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์เดียวกัน

Laura Cooper นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Nuveen สรุปภาพรวมได้ชัดว่า "yield ไม่ได้สะท้อนแค่ความผันผวนของเงินเฟ้ออีกต่อไป แต่กำลังรวมความเสี่ยงด้านการคลังเข้าไปด้วย" และขีดความสามารถของตลาดพันธบัตรในการรองรับการออกพันธบัตรระดับปัจจุบันโดยไม่ต้องการ yield ที่สูงขึ้นนั้น "มีอยู่จำกัด"

ตลาดหุ้นสหรัฐ: ยืนหยัดได้นานแค่ไหน

หนึ่งในคำถามที่นักลงทุนถกเถียงกันมากที่สุดในขณะนี้คือ เหตุใด S&P 500 จึงยังปรับตัวขึ้นกว่า 7% ในปีนี้แม้ว่า อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ จะพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง คำตอบอยู่ที่กระแส AI ที่ยังแข็งแกร่ง และผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดีกว่าคาด แต่การต้านทานนั้นอาจใกล้ถึงขีดจำกัด

Ian Lyngen ตั้งข้อสังเกตว่า "ความสามารถของหุ้นสหรัฐในการต้านทานการขายพันธบัตรคือการทดสอบที่แท้จริงของการเคลื่อนไหวครั้งนี้" เมื่อ yield สูงขึ้น ความน่าสนใจของพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกก็เพิ่มขึ้นตาม นักลงทุนสถาบันที่บริหารพอร์ตขนาดใหญ่จะมีแรงจูงใจมากขึ้นในการหมุนเงินออกจากหุ้นสู่พันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงในระดับนี้

สัญญาณจาก Bank of America: 62% คาด yield ไปถึง 6%

ผลสำรวจของ Bank of America ที่เผยแพร่วันเดียวกันพบว่า 62% ของผู้จัดการกองทุนทั่วโลกที่ร่วมตอบแบบสอบถาม คาดว่า อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ อายุ 30 ปีจะไปแตะระดับ 6% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 1999 มีเพียง 20% เท่านั้นที่คาดว่า yield จะย่อลงสู่ 4%

นักวิเคราะห์จาก Barclays และ Citigroup ได้ส่งสัญญาณเตือนลูกค้าว่า yield อาจทะลุ 5.5% ซึ่งเป็นระดับที่เคยเห็นครั้งสุดท้ายในปี 2004 ขณะที่ BlackRock Research แนะนำให้นักลงทุนลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงพันธบัตรสหรัฐ แล้วหันมาถือหุ้นมากขึ้นแทน

บทสรุป: จุดเปลี่ยนที่ไม่ควรมองข้าม

การที่ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ อายุ 30 ปีแตะ 5.19% ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดการเงินโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ สมมติฐานที่ว่า "ดอกเบี้ยจะต่ำตลอดไป" หลังวิกฤต 2008 กำลังถูกท้าทายอย่างเป็นระบบจากแรงกดดันที่สะสมมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อ การขาดดุล และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ในโลกที่ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐ อาจยืนสูงได้นานกว่าที่หลายคนเคยคาด กลยุทธ์การจัดพอร์ตที่เคยใช้ได้ดีในยุคดอกเบี้ยต่ำจำเป็นต้องได้รับการทบทวน ความยืดหยุ่นและการกระจายความเสี่ยงที่แท้จริงจะกลายเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดของพอร์ตการลงทุนในยุคนี้

Precisa de ajuda?
Clique aqui