KVB Logo
Início
Produtos
Negociação
Percepções
Campanhas
Sobre nós
imgimg
Análise de mercado
  • Análise de mercado
  • Calendário Econômico
  • Últimas notícias
  • Sinais de IA

ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุแล้ว เซ็นสัญญา 19 มิ.ย. ที่สวิตเซอร์แลนด์

Jerry · 214.6K Visualizações

เรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซหลังเปิดเส้นทางอีกครั้ง

ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุแล้ว: จุดจบสงครามที่โลกรอคอย

ในที่สุด ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ก็เป็นความจริงขึ้นมาแล้ว หลังจากที่โลกต้องเฝ้ารอมานานหลายเดือนท่ามกลางความตึงเครียดทางทหาร การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ได้ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 ว่าทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยุติปฏิบัติการทางทหารทันทีและถาวรในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันข่าวดังกล่าวทันทีผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่าข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์แล้ว และประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กับเรือสินค้าทุกลำโดยไม่เก็บค่าผ่านทาง พร้อมกันนั้นยังสั่งยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านโดยทันที

เส้นทางสู่ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน: จากการเผชิญหน้าสู่โต๊ะเจรจา

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในรอบนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีสถานที่ทางนิวเคลียร์และทางทหารของอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จุดคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงและตลาดการเงินทั่วโลกปั่นป่วนอย่างหนัก

การเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศมีมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 โดยมีโอมานเป็นตัวกลางในรอบแรก ก่อนที่จะขยายไปสู่เวทีที่กว้างขึ้นในเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และการเจรจาอิสลามาบัดในเดือนเมษายน 2026 ซึ่งปากีสถานเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะคนกลาง

"Following intensive talks, we are pleased to announce that the Peace Deal between the United States of America and Islamic Republic of Iran has been REACHED. Both sides have declared the immediate and permanent termination of military operations on all fronts, including in Lebanon."

— นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ผ่านทาง X (Twitter) วันที่ 15 มิถุนายน 2026

ก่อนหน้าจะถึงจุดนี้ ทรัมป์ได้ออกคำขาดหลายครั้งต่ออิหร่าน รวมถึงการให้เส้นตายเปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือเผชิญกับการโจมตีทางทหาร แต่แรงกดดันดังกล่าวก็มาพร้อมกับการทูตเบื้องหลังที่เข้มข้น ซึ่งในที่สุดนำไปสู่ ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้

สาระสำคัญของข้อตกลง: อะไรได้ อะไรเสีย

ตามรายงานของ Axios และ CNN ที่ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้มีโครงสร้างหลักดังนี้:

  • การหยุดยิงทันที: ทั้งสองฝ่ายประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบทันทีและถาวร รวมถึงในเลบานอนซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านปะทะกับอิสราเอลมาโดยตลอด
  • การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ: อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซและเคลียร์ทุ่นระเบิดที่ปูไว้ในช่องแคบ เพื่อให้เรือสินค้าผ่านได้อย่างอิสระโดยไม่มีค่าผ่านทาง
  • การยกเลิกการปิดล้อม: สหรัฐฯ ถอนกำลังทางเรือและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง
  • กรอบเวลา 60 วัน: ภายในช่วงพักรบ 60 วัน จะมีการเจรจาในประเด็นใหญ่ต่างๆ รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
  • พิธีเซ็นสัญญา: กำหนดจัดขึ้นวันที่ 19 มิถุนายน 2026 ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยมีรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม ยังมีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องการจัดการช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาว อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบนี้อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของตนและประเทศที่มีพรมแดนติดกับช่องแคบ โดยไม่เกี่ยวกับสหรัฐฯ ประเด็นนี้จะเป็นหัวข้อสำคัญในการเจรจารอบต่อไป

บทบาทของตัวกลาง: ปากีสถาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี

ความสำเร็จของ ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ครั้งนี้ต้องให้เครดิตแก่เครือข่ายตัวกลางที่ทำงานอย่างเข้มข้นมาหลายเดือน นายกรัฐมนตรีชารีฟระบุชื่อผู้มีบทบาทสำคัญอย่างชัดเจน ได้แก่:

  • ปากีสถาน: ประสานงานการเจรจาอิสลามาบัดและเป็นผู้ประกาศข้อตกลง ได้ชื่อว่าเป็น "ปฏิญญาอิสลามาบัด"
  • กาตาร์: สนับสนุนการไกล่เกลี่ยในภาพรวม ซึ่งมีประสบการณ์จากการเจรจาเรื่องกาซาก่อนหน้านี้
  • ซาอุดีอาระเบีย: ให้น้ำหนักทางการทูตและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเทศที่มีผลประโยชน์โดยตรงต่อเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย
  • ตุรกี: มีบทบาทในการประสานงานกับทั้งฝ่ายตะวันตกและโลกมุสลิม

ทรัมป์เองก็ได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ จอร์แดน และบาห์เรน รวมถึงนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล เพื่อสรุปเงื่อนไขในช่วงโค้งสุดท้าย

ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดพลังงานโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบราวหนึ่งในห้าของปริมาณการบริโภคทั่วโลก การปิดช่องแคบนี้นานหลายเดือนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี

ทรัมป์ระบุในโพสต์ Truth Social ว่า "Ships of the World, start your engines. Let the oil flow!" ซึ่งสะท้อนความมั่นใจว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อการค้าพลังงานกลับสู่ภาวะปกติ นักวิเคราะห์คาดว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจลดลงได้ 10–20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสัปดาห์แรกหลังเปิดช่องแคบ

นอกจากตลาดน้ำมัน ข้อตกลงนี้ยังส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรทั่วโลก เนื่องจากลดความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันนักลงทุนมาตลอดช่วงสงคราม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง ขณะที่สกุลเงินของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันน่าจะแข็งค่าขึ้น

ข้อกังวลที่ยังคงอยู่: นิวเคลียร์ เลบานอน และความน่าเชื่อถือ

แม้ ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนให้ระมัดระวังความยั่งยืนของข้อตกลง

ประเด็นแรกคือโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รายงานของ CNN อ้างอิงแหล่งข่าวระดับสูงว่าอิหร่านได้เร่งปิดกั้นทางเข้าแหล่งเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง โดยการพังทลายอุโมงค์และวางทุ่นระเบิด ทำให้การตรวจสอบหรือการเข้าถึงยูเรเนียมปริมาณราวครึ่งตันทำได้ยากกว่าเดิมมาก

ประเด็นที่สองคือเลบานอน แม้ข้อตกลงจะรวมถึงการหยุดยิงในเลบานอน แต่การโจมตีของอิสราเอลต่อชานเมืองทางใต้ของเบรุตในช่วงเดียวกันกับที่ข้อตกลงกำลังสรุปทำให้เกิดคำถามว่าอิสราเอลซึ่งไม่ใช่คู่สัญญาโดยตรงจะปฏิบัติตามการหยุดยิงหรือไม่

ประเด็นที่สามคือความน่าเชื่อถือของกระบวนการ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เอสมาอิล บาฆาอี เคยแย้งว่าการเซ็นสัญญาจะไม่เกิดขึ้นในวันที่ทรัมป์ประกาศ และย้ำว่าควรระมัดระวังการตั้งวันที่แน่นอนไว้ก่อน สะท้อนถึงช่องว่างที่ยังมีอยู่ระหว่างวาทกรรมสาธารณะกับการเจรจาทางเทคนิคที่ต้องใช้เวลา

ทำไมข้อตกลงนี้จึงสำคัญกับนักลงทุนไทยและเอเชีย

สำหรับนักลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน มีนัยสำคัญหลายด้าน ประการแรก ราคาพลังงานที่ลดลงจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและการขนส่งของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ประการที่สอง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงจะช่วยให้ sentiment ของตลาดหุ้นทั่วโลกดีขึ้น ซึ่งรวมถึงตลาดในเอเชียด้วย

ประการที่สาม การเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานโลกกลับมาคล่องตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาคส่งออกของประเทศในเอเชียที่พึ่งพาเส้นทางการเดินเรือผ่านมหาสมุทรอินเดีย

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาน้ำมันอิหร่านอาจส่งผลต่อรายได้ของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่ม OPEC+ และอาจทำให้ความสัมพันธ์ในกลุ่มซับซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนด้านพลังงานต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ก้าวต่อไป: พิธีเซ็นสัญญาและการเจรจารอบใหม่

ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน ในระยะแรกนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ภายใต้กรอบเวลา 60 วัน ทั้งสองฝ่ายจะต้องเจรจาในประเด็นที่ยากกว่ามาก ได้แก่ การตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ การจัดการช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาว การคืนสถานะทางการทูต และเงื่อนไขการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

พิธีเซ็นสัญญาวันที่ 19 มิถุนายน 2026 ที่สวิตเซอร์แลนด์จะเป็นภาพสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของทศวรรษนี้ในด้านการทูตระหว่างประเทศ และจะเป็นก้าวแรกสู่การสร้างสถาปัตยกรรมความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง

สิ่งที่น่าจับตามองในสัปดาห์หน้า ได้แก่ การประชุม pre-implementation ที่ตัวกลางจะอำนวยความสะดวก เพื่อวางรากฐานสำหรับการพูดคุยทางเทคนิคและพิธีเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ รวมถึงท่าทีของอิสราเอลต่อข้อตกลงนี้ ซึ่งจะมีผลต่อความสงบในเลบานอนโดยตรง

Precisa de ajuda?
Clique aqui