KVB Logo
Início
Produtos
Negociação
Percepções
Campanhas
Sobre nós
imgimg
Análise de mercado
  • Análise de mercado
  • Calendário Econômico
  • Últimas notícias
  • Sinais de IA

Bitcoin ร่วง 2026: แย่สุดในรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์เตือนลงถึง $40,000

Sirawit · 81.5K Visualizações

Bitcoin ร่วง 2026: เดือนที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 4 ปี และสัญญาณเตือนที่ตลาดต้องจับตา

Bitcoin แย่สุดในรอบ 4 ปี

เดือนมิถุนายน 2026 ปิดฉากลงด้วยความเจ็บปวดของนักลงทุน Bitcoin ทั่วโลก เมื่อสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกบันทึกผลการดำเนินงานรายเดือนที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่มิถุนายน 2022 ด้วยการร่วงลงมากกว่า 20% ภายในเดือนเดียว ขณะที่ราคาหลุดต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ในวันสุดท้ายของครึ่งปีแรก และนักวิเคราะห์บางรายออกมาเตือนว่า Bitcoin ร่วง 2026 ยังไม่จบ โดยราคาอาจร่วงต่อไปถึงระดับ 40,000–45,000 ดอลลาร์

ตลอดครึ่งปีแรกของ 2026 Bitcoin สูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 33% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นกว่า 9% ในช่วงเวลาเดียวกัน ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่ลึกกว่าแค่ความผันผวนระยะสั้น

จากจุดสูงสุดสู่วิกฤต: ไทม์ไลน์ที่ต้องรู้

เพื่อทำความเข้าใจว่า Bitcoin ร่วง 2026 เกิดขึ้นได้อย่างไร จำเป็นต้องย้อนกลับไปยังจุดเปลี่ยนสำคัญ Bitcoin แตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 126,210 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 ก่อนที่แรงขายจะเริ่มสะสมตัว

  • 6 กุมภาพันธ์ 2026: Bitcoin ร่วง 15% ในเซสชันเดียว ลงมาแตะระดับต่ำสุดใกล้ 60,000 ดอลลาร์ ก่อนดีดตัวกลับในวันถัดไป แต่โครงสร้างตลาดยังคงเปราะบาง
  • ปลายเดือนพฤษภาคม 2026: Michael Saylor ประธานบริหาร Strategy (MicroStrategy เดิม) ขาย Bitcoin 32 เหรียญมูลค่า 2.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขาย Bitcoin ครั้งแรกของบริษัทนับตั้งแต่ปี 2022 ราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 72,000 ดอลลาร์ภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • 3 มิถุนายน 2026: Mt. Gox โอน Bitcoin กว่า 10,000 เหรียญมูลค่าราว 739 ล้านดอลลาร์ ฟื้นความกังวลเรื่องการเทขายของเจ้าหนี้ก่อนกำหนดชำระคืนในเดือนตุลาคม
  • 30 มิถุนายน 2026: Bitcoin ปิดเดือนต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ บันทึกการร่วงรายเดือนสูงสุดในรอบ 4 ปี

4 ปัจจัยหลักที่ทำให้ Bitcoin ร่วงในปี 2026

การวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่า Bitcoin ร่วง 2026 ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบรรจบกันของปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน

1. เฟดหวาดกลัวเงินเฟ้อ: นโยบายการเงินที่ตึงตัวกดดันตลาด

ข้อมูล CPI เดือนพฤษภาคม 2026 ที่ออกมาที่ระดับ 4.2% ต่อปี สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ 2% อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในปี 2026 แทบจะดับสนิท นักลงทุนเริ่มกังวลว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยแทน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin

ในสภาวะดอกเบี้ยสูง นักลงทุนสถาบันมักโยกเงินออกจากสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนไม่แน่นอนอย่าง Bitcoin ไปสู่พันธบัตรและสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า แรงขายที่ตามมาจึงรุนแรงและต่อเนื่อง

2. ETF Bitcoin กลายเป็นช่องทางเทขายมหาศาล

หนึ่งในปัจจัยที่น่าตกใจที่สุดในรอบ Bitcoin ร่วง 2026 คือบทบาทของ ETF Bitcoin แบบ Spot ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงจรกระทิงในปี 2024–2025 กลับกลายมาเป็นเครื่องมือเทขายในตลาดขาลง

ข้อมูลจาก Bloomberg และ SoSoValue ระบุว่า ETF Bitcoin Spot ทั้ง 13 กองทุนในสหรัฐฯ บันทึกการไหลออกสุทธิรวม 4.06 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่กองทุนเหล่านี้เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024 โดยกองทุน IBIT ของ BlackRock รับผิดชอบการไหลออกถึงประมาณ 75% หรือราว 3 พันล้านดอลลาร์

"การขายอย่างต่อเนื่องนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนสถาบันกำลังสูญเสียความสนใจ และความหดหู่โดยรวมต่อคริปโตกำลังเพิ่มขึ้น" — Marion Laboure นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank

กลไกนี้สร้างวงจรป้อนกลับที่เป็นลบ เมื่อนักลงทุนถอนเงินจาก ETF ผู้ดูแลกองทุนต้องขาย Bitcoin ในตลาด Spot เพื่อชำระคืน แรงขายจากกลไกนี้จึงเป็นแรงขายเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและไม่ขึ้นกับอารมณ์ตลาด

3. ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มแรงกดดัน

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลกระทบสองทาง ทั้งดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ซึ่งฟีดเข้าสู่การคาดการณ์เงินเฟ้อ และยังสร้างบรรยากาศ Risk-Off ทั่วตลาด แม้หุ้นสหรัฐฯ จะฟื้นตัวได้ในภายหลัง แต่ตลาดคริปโตยังคงร่วงต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า Bitcoin ยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยงในสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน

4. การล้างเลเวอเรจและการขายแบบ Forced Liquidation

เมื่อราคาหลุดแนวรับสำคัญ แพลตฟอร์มอนุพันธ์จะปิดสถานะ Long ที่มีเลเวอเรจโดยอัตโนมัติ การขายแบบบังคับนี้กดราคาลงต่อ ทำให้เกิดการปิดสถานะรอบใหม่ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ในวันที่ 3 มิถุนายนเพียงวันเดียว มีการ Liquidation มากกว่า 1.86 พันล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง

นักวิเคราะห์มองว่า Bitcoin ร่วง 2026 จะไปถึงไหน?

คำถามที่นักลงทุนทุกคนต้องการคำตอบคือ: ราคาจะลงไปอีกมากแค่ไหน? ความเห็นในตลาดแตกออกเป็นสองกลุ่มหลัก

David Grider จาก Finality Capital Partners ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิเคราะห์ที่ให้สัมภาษณ์กับ Yahoo Finance โดยตรง ระบุว่า Bitcoin ยังไม่ถึงจุดต่ำสุด และคาดว่าตลาดจะยังไม่สร้างฐานได้จนกว่าจะถึงเดือนกันยายนหรือตุลาคม 2026 เขามองว่าระดับ 40,000–45,000 ดอลลาร์ไม่ใช่เรื่องเกินจริง

ฝั่งการวิเคราะห์เชิงเทคนิค ข้อมูลจาก CoinDCX ชี้ว่า Bitcoin กำลังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 เดือน (EMA) ที่ระดับ 79,979 ดอลลาร์ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 เดือนที่ 65,631 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณ Bearish ในเชิงเทคนิคอย่างชัดเจน แนวรับสำคัญถัดไปอยู่ที่ 58,115 ดอลลาร์ และหากหลุดระดับนั้น เป้าหมายถัดไปคือโซน 53,600–55,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองในแง่ดีมากกว่า โดยชี้ว่า RSI รายเดือนของ Bitcoin ลงมาแตะระดับ 35.12 ซึ่งเทคนิคถือว่า Oversold และในอดีต ระดับนี้มักนำมาซึ่งการดีดตัวระยะสั้นเสมอ แม้อาจไม่ใช่สัญญาณกลับทิศทางถาวร

วงจร 4 ปีและโมเดลทางประวัติศาสตร์บอกอะไร?

นักวิเคราะห์ที่ติดตาม Bitcoin ร่วง 2026 ผ่านเลนส์ของวงจร Halving มักชี้ให้เห็นว่าเราอยู่ในเฟส 3 ของวงจร 4 ปี ซึ่งเป็นช่วง "Bear Market Correction" หลังจากยูโฟเรียในเฟส 2 ในอดีต เฟสนี้มักมีการปรับตัวลง 60–80% จากจุดสูงสุด ซึ่งหากเทียบกับ All-Time High ที่ 126,000 ดอลลาร์ การร่วง 80% จะหมายถึงราคาที่ระดับ 25,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายรายจาก CryptoQuant, Glassnode และ Mudrex ต่างชี้ว่าจุดต่ำสุดที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดอยู่ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2026 โดยมีโซนราคาเป้าหมายที่ 50,000–55,000 ดอลลาร์ ซึ่งยังสูงกว่าจุดต่ำสุดของวงจรก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ที่น่าสังเกตคือ การร่วงของ Bitcoin ร่วง 2026 ในครั้งนี้แตกต่างจากรอบก่อนหน้าตรงที่ยังไม่มีการล้มละลายของบริษัทคริปโตขนาดใหญ่ ซึ่งเคยเป็นลักษณะเด่นของ Bear Market ปี 2022 เช่น กรณีของ FTX, Terra/Luna หรือ Celsius นักวิเคราะห์จาก Compass Point อย่าง Ed Engel ชี้ว่า "รอบนี้ยังไม่มีการล้มละลายครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเลเวอเรจหรือการฉ้อโกง" ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว

Strategy และสัญญาณจากนักลงทุนสถาบัน

หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความหวั่นไหวให้ตลาดมากที่สุดในช่วง Bitcoin ร่วง 2026 คือการที่ Strategy บริษัทถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ออกมาขาย Bitcoin เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แม้จะเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย แต่สัญญาณทางจิตวิทยาที่ส่งออกมาคือแรงกดดันมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ผ่านมา Strategy ออกมาประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มสำรองเงินสด ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดเกี่ยวกับสภาพคล่องและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลได้บางส่วน นักวิเคราะห์ Engel มองว่าการเคลื่อนไหวนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดลงได้

ผู้ถือ Bitcoin ควรทำอย่างไรในช่วงนี้?

ท่ามกลางความผันผวนของ Bitcoin ร่วง 2026 กลยุทธ์ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำไม่ใช่การตัดสินใจแบบ All-In หรือ All-Out แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ

  1. Dollar-Cost Averaging (DCA): การซื้อสม่ำเสมอในจำนวนเงินเท่ากันโดยไม่สนใจราคา ช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกจังหวะผิดพลาด ในสภาวะที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ กลยุทธ์นี้เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวมากที่สุด
  2. กำหนดแนวรับและจุดตัดขาดทุน: ระดับที่นักวิเคราะห์มักอ้างถึงคือ 58,000, 55,000, 50,000 และ 45,000 ดอลลาร์ การตั้ง Limit Order ไว้ล่วงหน้าช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลมากกว่าการตอบสนองต่อความกลัวในขณะนั้น
  3. ติดตามสัญญาณ On-Chain: ตัวชี้วัดอย่าง MVRV Z-Score, RSI รายเดือน และ Fear & Greed Index สามารถช่วยประเมินว่าตลาดใกล้ถึงจุดพลิกกลับหรือยัง
  4. บริหารสัดส่วนพอร์ต: Bitcoin ควรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพอร์ตที่หลากหลาย ไม่ใช่ทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนเชิงมหภาคยังคงสูง

มองไปข้างหน้า: ครึ่งปีหลัง 2026

สำหรับครึ่งปีหลัง ตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของ Bitcoin ร่วง 2026 ได้แก่ การประชุม FOMC ที่จะมีขึ้น ซึ่งนักลงทุนจะจับตาดู Dot Plot อย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยหรือเริ่มเปิดประตูสู่การลดดอกเบี้ย, การแก้ไขสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน, กำหนดชำระหนี้ของ Mt. Gox ในเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งอาจสร้างแรงขายเพิ่มเติม และกระแสเงินไหลเข้า-ออก ETF Bitcoin รายสัปดาห์

หากปัจจัยเหล่านี้คลี่คลายในทางที่ดี ตลาดอาจเห็นการฟื้นตัวไปสู่โซน 65,000–70,000 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 แต่หากยังคงกดดันต่อ โอกาสที่ราคาจะทดสอบโซน 50,000 ดอลลาร์หรือต่ำกว่าก็ยังมีอยู่จริง

สิ่งที่แน่นอนคือ ตลาดคริปโตในปี 2026 ไม่ใช่ตลาดเดียวกับปี 2021 ที่สภาพคล่องล้นเหลือและนักลงทุนรายย่อยขับเคลื่อนราคา วันนี้สถาบันเป็นผู้เล่นหลัก และการตัดสินใจของพวกเขาถูกผูกโยงกับนโยบายการเงินมหภาคอย่างแยกไม่ออก การทำความเข้าใจพลวัตนี้คือกุญแจสำคัญในการนำทางผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของ Bitcoin ร่วง 2026

Precisa de ajuda?
Clique aqui