KVB Logo
บ้าน
สินค้า
การซื้อขาย
ข้อมูลเชิงลึก
แคมเปญ
เกี่ยวกับเรา
imgimg
วิเคราะห์การตลาด
  • วิเคราะห์การตลาด
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
  • ข่าวด่วน
  • สัญญาณ AI

สหรัฐฯ ลงทุน Quantum Computing $2 พันล้าน ถือหุ้น IBM และอีก 8 บริษัท

Sirawit · 247K จำนวนการดู

สหรัฐฯ บุกการลงทุน Quantum Computing $2 พันล้าน: ยุทธศาสตร์ใหม่ที่เขย่าโลกเทคโนโลยี

สหรัฐฯ ลงทุน Quantum Computing $2 พันล้าน ถือหุ้น IBM และอีก 8 บริษัท

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศก้าวที่เด็ดขาดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์นโยบายเทคโนโลยีของประเทศ นั่นคือการอนุมัติเงินอุดหนุนรวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่บริษัทเทคโนโลยี 9 แห่ง เพื่อผลักดัน การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ ให้ก้าวล้ำนำจีนในสมรภูมิที่สำคัญที่สุดแห่งศตวรรษนี้ และสิ่งที่ทำให้ข้อตกลงนี้แตกต่างจากการอุดหนุนภาครัฐทั่วไป คือรัฐบาลได้รับหุ้นส่วนน้อยในแต่ละบริษัทเป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างสิ้นเชิง

การเดินหน้าครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ใช้เงินจากพระราชบัญญัติ CHIPS and Science Act ปี 2022 ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์จากต่างประเทศโดยตรง และนำมาใช้ต่อยอดสู่เทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าคือ "เซมิคอนดักเตอร์แห่งทศวรรษหน้า" เพราะใครที่ครองชิปควอนตัมได้ก่อน ย่อมได้เปรียบในการพัฒนา AI ยา วัสดุใหม่ และระบบเข้ารหัสรุ่นต่อไป

ใครได้อะไร: รายละเอียดการแจกจ่ายเงิน $2 พันล้าน

ผู้รับเงินรายใหญ่ที่สุดในรอบนี้คือ IBM ซึ่งได้รับเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ แต่ไม่ใช่ IBM โดยตรง รัฐบาลลงทุนในบริษัทลูกแห่งใหม่ที่ IBM ก่อตั้งขึ้นในชื่อ Anderon ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นโรงงานผลิตชิปควอนตัมเฉพาะทางแห่งแรกของสหรัฐฯ ตั้งอยู่ที่เมืองออลบานี รัฐนิวยอร์ก IBM ยังได้ประกาศควักเงินเพิ่มอีก 1 พันล้านดอลลาร์จากกระเป๋าตัวเอง ทำให้ฐานะของ Anderon มีความเข้มแข็งทางการเงินตั้งแต่เริ่มต้น สิ่งที่ การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ ในครั้งนี้เน้นย้ำก็คือ รัฐต้องการสร้างห่วงโซ่ผลิตชิปควอนตัมในประเทศให้ได้ ไม่ต้องพึ่งพาโรงงานในเอเชียอีกต่อไป

อันดับสองคือ GlobalFoundries บริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ซึ่งจะได้รับ 375 ล้านดอลลาร์เพื่อตั้งโรงงานชิปควอนตัมของตนเอง โดยรัฐบาลจะได้รับหุ้นคืนประมาณ 1% ของบริษัท ส่วนบริษัทอื่น ๆ ที่เหลือต่างได้รับเงินรายละประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ ได้แก่ D-Wave Quantum, Rigetti Computing, Infleqtion, Quantinuum, Atom Computing และ PsiQuantum ขณะที่สตาร์ทอัปจากออสเตรเลียอย่าง Diraq ได้รับ 38 ล้านดอลลาร์

ตลาดหุ้นสะเทือน: นักลงทุนวิ่งเข้าหุ้น Quantum

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นเกิดขึ้นทันที ราคาหุ้น IBM พุ่งขึ้นกว่า 7% ในวันเดียวกันที่มีการประกาศ ขณะที่หุ้นของบริษัทควอนตัมขนาดเล็กอย่าง D-Wave Quantum (QBTS) และ Rigetti Computing (RGTI) พุ่งขึ้นถึง 20-30% ตอกย้ำว่าตลาดมองว่าการเข้ามาของภาครัฐครั้งนี้คือสัญญาณการยืนยันครั้งสำคัญว่า การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นนโยบายระดับชาติที่มีเงินหนุนหลัง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่าความตื่นตัวของตลาดอาจเร็วกว่าความเป็นจริงของเทคโนโลยี Quantum computing ยังคงอยู่ในช่วงพัฒนา และยังไม่มีเครื่องควอนตัมที่สามารถแก้ปัญหาในเชิงพาณิชย์ได้จริงในระดับขนาดใหญ่ นักวิทยาศาสตร์เรียกเป้าหมายนั้นว่า "Q-Day" ซึ่งอาจอยู่อีกนานหลายปีถึงหลายทศวรรษข้างหน้า

เหตุใดรูปแบบ "รัฐถือหุ้น" จึงน่าจับตา

หนึ่งในสิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนในการเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์ชุดนี้คือ การปฏิเสธรูปแบบเงินอุดหนุนแบบเดิมที่รัฐให้เงินแล้วก็จบ แต่เปลี่ยนมาใช้โมเดลที่รัฐได้รับ "หุ้นส่วนน้อยที่ไม่มีสิทธิ์ควบคุม" เป็นสิ่งตอบแทน นี่คือแนวคิดเดียวกับที่ใช้ใน Intel ซึ่งรัฐบาลถือหุ้น 10% และจากนั้นหุ้น Intel ก็พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำกำไรให้รัฐบาลสหรัฐฯ เกินกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์แบบไม่ได้ขายจริง ทรัมป์ถึงกับโพสต์บน Truth Social ว่า "ขอแสดงความยินดีกับชาวอเมริกันที่ลงทุนได้ดีเหลือเกิน"

โมเดลเดียวกันนี้ยังใช้กับ US Steel ผ่าน "Golden Share" ที่ได้รับตอน Nippon Steel เข้าซื้อกิจการ และกับบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ Westinghouse ที่รัฐถือหุ้น 8% อยู่ด้วย ล่าสุดยังขยายไปยังบริษัทเหมืองแร่ Rare Earth อย่างน้อย 5 แห่ง รวมถึง MP Materials และ USA Rare Earth ด้วยสัดส่วน 5-15%

"These sorts of quasi-socialist arrangements have been normalized with breathtaking speed. You might expect them from a President Mamdani, not from a nominally conservative Republican like President Trump." — Axios

คำวิจารณ์ที่ว่านี้สะท้อนถึงความขัดแย้งในเชิงอุดมการณ์ที่น่าสนใจ รัฐบาลพรรครีพับลิกันซึ่งตามหลักการควรจะสนับสนุนตลาดเสรี กลับใช้นโยบายแทรกแซงตลาดอย่างจริงจัง แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่ขับเคลื่อนทุกอย่างคือความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะการแข่งขันกับจีนในสมรภูมิเทคโนโลยีล้ำหน้า

ทำไม Quantum Computing ถึงกลายเป็นเรื่องของความมั่นคงชาติ

หนึ่งในประโยชน์ที่ร้ายแรงที่สุดของคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทำงานได้เต็มรูปแบบคือความสามารถในการถอดรหัสการเข้ารหัสข้อมูลแบบดั้งเดิมที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน ระบบธนาคาร การสื่อสารทางทหาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลส่วนใหญ่ล้วนพึ่งพาการเข้ารหัส RSA และ ECC ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะสามารถทำลายได้ในทางทฤษฎี

นั่นหมายความว่า ชาติใดที่พัฒนา การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ และเทียบเคียงหรือนำหน้าในด้านนี้ได้ก่อน ย่อมมีข้อได้เปรียบทางการทหารและการข่าวกรองที่ประเมินค่าไม่ได้ จีนได้ลงทุนในโปรแกรมควอนตัมของรัฐมาหลายปีแล้ว และมีรายงานว่าใช้งบประมาณสูงถึงหลายหมื่นล้านหยวนในด้านนี้ ความเร่งด่วนของสหรัฐฯ จึงไม่ใช่เรื่องของนวัตกรรมอย่างเดียว แต่คือการป้องกันไม่ให้ตกขบวน

นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์ควอนตัมยังมีศักยภาพในการออกแบบยาใหม่ วัสดุที่มีสมบัติพิเศษ การพยากรณ์สภาพอากาศที่แม่นยำขึ้น และการปรับแต่งระบบโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นส่วนประกอบของอำนาจของชาติในศตวรรษที่ 21

ภาพรวม: พอร์ตโฟลิโอของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังขยายตัว

หากมองภาพรวม รัฐบาลทรัมป์กำลังสร้าง "พอร์ตโฟลิโอชาติ" ที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ครบวงจร เริ่มจากเซมิคอนดักเตอร์ผ่านหุ้น Intel ต่อด้วยเหล็กกล้าผ่าน US Steel ขยายไปยังพลังงานนิวเคลียร์ผ่าน Westinghouse เจาะลึกลงไปในตลาดแร่หายากผ่านบริษัทหลายแห่ง และตอนนี้กระโดดเข้าสู่ การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ อย่างเต็มตัว

แต่ละก้าวมีเป้าหมายเดียวกัน: ลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานของต่างชาติ โดยเฉพาะจีน สร้างงานในประเทศ และสร้างผลตอบแทนทางการเงินให้กับผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน กลยุทธ์นี้มีทั้งผู้สนับสนุนและนักวิจารณ์ ฝ่ายหนึ่งมองว่านี่คือการกลับมาของนโยบายอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการแข่งขันระดับมหาอำนาจ อีกฝ่ายหนึ่งกังวลเรื่องความเสี่ยงทางการเงินหากการลงทุนในบริษัทที่ยังไม่พิสูจน์ตัวเองในเชิงพาณิชย์ไม่เป็นผลสำเร็จ

PsiQuantum และข้อกังวลด้านผลประโยชน์ทับซ้อน

ในบรรดาบริษัทที่ได้รับเงิน มี PsiQuantum หนึ่งในนั้นที่กำลังได้รับการจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจาก Donald Trump Jr. บุตรชายของประธานาธิบดี ถือหุ้นในบริษัทนี้ผ่านบริษัทร่วมทุน 1789 Capital ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ถูกตั้งคำถามโดยนักข่าวและนักการเมืองฝ่ายค้านในทันที แม้ว่าทำเนียบขาวจะไม่ได้ออกมาตอบโต้โดยตรงในประเด็นนี้ก็ตาม

คดีนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดโฟกัสทางการเมืองในช่วงเวลาข้างหน้า โดยเฉพาะหากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่ากระบวนการคัดเลือกบริษัทไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ สิ่งนี้อาจส่งผลต่อความชอบธรรมของโปรแกรม การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ ในระยะยาวได้

มุมมองต่ออนาคต: เส้นทางสู่ Q-Day

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทำงานได้จริงในเชิงพาณิชย์นั้นต้องอาศัยการแก้ปัญหาทางเทคนิคหลายประการที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง "error correction" หรือการแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบควอนตัม ซึ่งต้องการ qubit จำนวนมหาศาลที่มีความเสถียรสูง ปัจจุบันเครื่องควอนตัมที่ดีที่สุดในโลกยังคงต้องทำงานในอุณหภูมิที่ใกล้ศูนย์สัมบูรณ์และมีข้อจำกัดมากมายในการใช้งานจริง

อย่างไรก็ดี เงิน 2 พันล้านดอลลาร์จากภาครัฐ บวกกับเงินลงทุนภาคเอกชนที่จะตามมา จะช่วยเร่งการวิจัยและพัฒนาให้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โรงงาน Anderon ของ IBM ใน Albany จะทำหน้าที่เป็น "ชิปฟาบ" สำหรับควอนตัมโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากโรงงานชิปทั่วไปที่ต้องปรับสายการผลิตเพื่อรองรับควอนตัม

สำหรับ การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะสั้น 3-5 ปีข้างหน้าน่าจะเห็นได้ชัดในแง่ของการสร้างห่วงโซ่อุปทานชิปควอนตัมในสหรัฐฯ และการสร้างงานในภาคอุตสาหกรรม มากกว่าในแง่ของการมีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์

บทเรียนสำหรับประเทศอื่น: ไทยควรจับตาเรื่องนี้หรือไม่?

สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย การเดินหน้าของสหรัฐฯ ในด้าน Quantum Computing มีนัยสำคัญหลายประการ ประการแรก อุตสาหกรรมที่พึ่งพาการเข้ารหัสข้อมูล เช่น ธนาคาร โทรคมนาคม และภาครัฐ จะต้องเริ่มวางแผนรับมือกับยุค "Post-Quantum Cryptography" ที่อาจมาถึงเร็วกว่าที่คาด ประการที่สอง บริษัทเทคโนโลยีไทยที่ต้องการเป็นพันธมิตรกับฝั่งตะวันตกในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี จำเป็นต้องเข้าใจแนวโน้มนี้เพื่อวางตำแหน่งตัวเองในอนาคต

ในระยะยาว การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ จะส่งผลให้เกิดการแบ่งขั้วเทคโนโลยีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ระหว่างกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีควอนตัมจากสหรัฐฯ กับกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีจากจีน ซึ่งเป็นความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งไทยจะต้องเลือกจุดยืนของตนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สรุป: ยักษ์ใหญ่กำลังเดินหน้า

การประกาศลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ใน Quantum Computing ของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกมระหว่างมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีกำลังเข้มข้นขึ้นในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเซมิคอนดักเตอร์ เหล็ก พลังงานนิวเคลียร์ แร่หายาก หรือตอนนี้คือควอนตัม รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสร้างป้อมปราการทางอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ

โมเดลนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายอย่าง ทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การแข่งขันจากจีนและยุโรป และความต่อเนื่องของนโยบาย แต่สิ่งที่ชัดเจนแล้วในวันนี้คือ การลงทุน Quantum Computing ของสหรัฐฯ ได้กลายเป็นนโยบายระดับชาติที่มีเงิน มีเจตจำนง และมีทิศทางแน่ชัด และโลกกำลังจับตาดูอยู่ทุกก้าว

ต้องการความช่วยเหลือ?
คลิกที่นี่