imgimg
วิเคราะห์การตลาด

ทรัมป์ซื้อหุ้น SpaceX หลัง IPO เพียง 2 สัปดาห์

Sirawit · 46.3K จำนวนการดู

ทรัมป์ซื้อหุ้น SpaceX: เมื่อประธานาธิบดีกลายเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทของอีลอน มัสก์

หุ้น SpaceX ของทรัมป์ กับภาพจรวดปล่อยตัว

ข่าวที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและการเงินสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 คือการเปิดเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าซื้อ หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เอกสารเปิดเผยทรัพย์สินที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางแสดงให้เห็นว่า ทรัมป์ได้ซื้อหุ้นของบริษัทอวกาศเอกชนแห่งนี้ ซึ่งเป็นของอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเทคโนโลยีและอดีตที่ปรึกษาคนสำคัญของเขาเอง เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการเมืองที่ซับซ้อนระหว่างผู้นำประเทศกับบริษัทที่รับงานสัญญาจากรัฐบาลรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

รายละเอียดการซื้อขาย: ตัวเลขที่ต้องรู้

ตามเอกสารเปิดเผยทางการเงินที่ทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม และถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในวันที่ 22 สิงหาคม 2026 ระบุว่าเขาได้เข้าซื้อ หุ้น SpaceX ของทรัมป์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2026 ด้วยมูลค่าระหว่าง 15,001 ถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียงประมาณสองสัปดาห์หลังจากที่ SpaceX เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แบบ IPO เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 โดยการเสนอขายหุ้นครั้งแรกนี้ทำให้บริษัทมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนสหรัฐฯ

ที่น่าสนใจคือ การซื้อขายครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงรายการเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมกว่า 1,000 รายการที่ทรัมป์ทำในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมการซื้อขายหุ้นที่หนาแน่นในพอร์ตการลงทุนของประธานาธิบดี แม้ตัวเลขจะยังไม่มากเมื่อเทียบกับความมั่งคั่งโดยรวมของเขา แต่การที่ หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ปรากฏอยู่ในรายการนี้ก็เพียงพอที่จะจุดประเด็นถกเถียงเรื่องจริยธรรมได้ทันที

ราคาหุ้นที่ผันผวน: ซื้อตอนขาลง

ข้อมูลจากรายงานของสำนักข่าวหลายแห่งระบุว่า ช่วงที่ทรัมป์เข้าซื้อหุ้นนั้น ราคาซื้อขายอยู่ในระดับกลาง 150 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงจากระดับสูงสุดหลัง IPO ที่เคยพุ่งทะลุ 200 ดอลลาร์ต่อหุ้น และเมื่อถึงช่วงปลายเดือนสิงหาคม ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงราคา IPO เดิมที่ 135 ดอลลาร์ ซึ่งอาจหมายความว่าการลงทุนใน หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ครั้งนี้กำลังขาดทุนอยู่ในขณะนี้

ราคาหุ้นที่ไหลลงจากจุดสูงสุดหลัง IPO มาจนเกือบเท่าราคาเสนอขายเดิม สะท้อนความผันผวนตามปกติของหุ้นที่เพิ่งเข้าตลาดใหม่ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการลงทุนในหุ้น IPO ที่ร้อนแรงไม่ได้รับประกันผลตอบแทนเสมอไป

ใครเป็นผู้บริหารพอร์ตการลงทุนของทรัมป์จริงๆ

ประเด็นสำคัญที่ทำเนียบขาวออกมาชี้แจงคือ ทรัมป์ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจซื้อขายหุ้นด้วยตัวเอง เดวิส อิงเกิล โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่าพอร์ตการลงทุนของประธานาธิบดีนั้นบริหารจัดการโดยสถาบันการเงินบุคคลที่สามอย่างอิสระ โดยมีเป้าหมายเพื่อเลียนแบบดัชนีที่ได้รับการยอมรับ เช่น Schwab 1000 และย้ำว่า "ทั้งประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกครอบครัวของเขาไม่มีความสามารถในการสั่งการ มีอิทธิพล หรือให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับวิธีการลงทุนของพอร์ตนี้"

คำชี้แจงนี้เป็นแนวทางมาตรฐานที่ทำเนียบขาวมักใช้เมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเงินของประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และนักวิจารณ์หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะมีการมอบหมายให้บุคคลที่สามบริหารจัดการ แต่ในทางปฏิบัติแล้วประธานาธิบดียังคงเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการถือครอง หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กดปุ่มซื้อขายก็ตาม

ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน

หัวใจของความกังวลอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่าง SpaceX กับรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะ SpaceX ไม่ใช่บริษัทเอกชนธรรมดา แต่เป็นผู้รับสัญญาทางทหารและอวกาศรายใหญ่ของรัฐบาลกลาง ซึ่งได้รับงานจากหน่วยงานอย่างกระทรวงกลาโหมและ NASA มูลค่ามหาศาลในแต่ละปี ขณะเดียวกันบริษัทก็ครองความเป็นผู้นำในธุรกิจปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ของโลกอย่างชัดเจน การที่ประธานาธิบดีถือ หุ้น SpaceX ของทรัมป์ อยู่ในเวลาเดียวกับที่รัฐบาลของเขาเองกำลังตัดสินใจเรื่องนโยบายและสัญญาที่อาจส่งผลต่ออนาคตของบริษัทนี้โดยตรง จึงเป็นจุดที่นักสังเกตการณ์ด้านจริยธรรมรัฐบาลมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน

ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างทรัมป์กับมัสก์เองก็มีความซับซ้อน ทั้งสองเคยเป็นพันธมิตรทางการเมืองที่แนบแน่น โดยมัสก์เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคนสำคัญในรัฐบาลทรัมป์ ก่อนที่ทั้งคู่จะมีความขัดแย้งช่วงสั้นๆ ในปี 2025 แต่หลังจากนั้นความสัมพันธ์ก็กลับมาแนบแน่นอีกครั้ง และตามรายงานของสื่อหลายสำนัก SpaceX ยังคงได้รับประโยชน์จากนโยบายลดกฎระเบียบของรัฐบาลทรัมป์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยิ่งตอกย้ำคำถามว่าการที่ประธานาธิบดีมี หุ้น SpaceX ของทรัมป์ อยู่ในมือ จะส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตหรือไม่

กลยุทธ์การเข้าดัชนีของ SpaceX ก่อน IPO

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ มีรายงานว่า SpaceX ได้เดินหน้าล็อบบี้ผู้จัดทำดัชนีหุ้นรายใหญ่เพื่อเร่งให้บริษัทถูกบรรจุเข้าไปในดัชนีสำคัญตั้งแต่ก่อนการทำ IPO เสียอีก ซึ่งหมายความว่านักลงทุนจำนวนมากที่ถือกองทุนดัชนีอยู่แล้วอาจกำลังถือ หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ในทางอ้อมโดยไม่รู้ตัว ผ่านกองทุนรวมหรือกองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนีเหล่านั้น เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า SpaceX พยายามวางตำแหน่งตัวเองให้เข้าถึงเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันในวงกว้างตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ค่อนข้างชาญฉลาดสำหรับบริษัทที่เพิ่งเข้าตลาดใหม่

เสียงวิจารณ์และมุมมองที่แตกต่าง

ฝ่ายที่มองในแง่ลบต่อการซื้อ หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ในครั้งนี้ให้เหตุผลว่า แม้จะมีการอ้างว่าพอร์ตถูกบริหารโดยบุคคลที่สาม แต่กฎการเปิดเผยทรัพย์สินของประธานาธิบดีก็ยังคงต้องระบุชื่อบริษัทที่ถือครองอยู่ดี ซึ่งหมายความว่าสาธารณชนย่อมรับรู้ได้ว่าทรัมป์มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเงินกับบริษัทที่รัฐบาลของเขาเองมีอำนาจกำกับดูแลและมอบสัญญาให้ นี่คือสิ่งที่นักวิชาการด้านจริยธรรมภาครัฐมองว่าเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าเจตนาที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ในทางกลับกัน ฝ่ายที่ปกป้องทรัมป์ก็ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนแบบเลียนแบบดัชนีตลาดกว้างเป็นเรื่องปกติของนักลงทุนรายใหญ่จำนวนมาก และมูลค่าการลงทุนครั้งนี้ก็ไม่ได้สูงมากนักเมื่อเทียบกับพอร์ตการลงทุนโดยรวมของประธานาธิบดี อีกทั้งยังเป็นเพียงหนึ่งในหุ้นนับพันตัวที่ถูกซื้อผ่านกลยุทธ์ดัชนีอัตโนมัติ ไม่ใช่การตัดสินใจเจาะจงเลือกซื้อหุ้นของบริษัทมัสก์เป็นการเฉพาะ

ผลกระทบที่อาจตามมาต่อความเชื่อมั่นสาธารณะ

ไม่ว่าข้อเท็จจริงเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือข่าวเรื่อง หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเรื่องความโปร่งใสทางการเงินของผู้นำประเทศ โดยเฉพาะในบริบทที่ผู้นำคนนั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมหาเศรษฐีเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน ทั้งอวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ ความไว้วางใจของสาธารณชนต่อกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลอาจได้รับผลกระทบ หากประชาชนรู้สึกว่านโยบายภาครัฐถูกกำหนดโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้นำมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม

สำหรับนักลงทุนทั่วไป ข่าวนี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้น SpaceX อย่างใกล้ชิด เพราะราคาหุ้นที่ผันผวนหลัง IPO แสดงให้เห็นว่าแม้แต่บริษัทที่มีมูลค่าตลาดระดับล้านล้านดอลลาร์และมีชื่อเสียงระดับโลกก็ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสภาวะตลาดเช่นเดียวกับหุ้นทั่วไป การที่ราคาหุ้นไหลลงมาใกล้เคียงราคา IPO เดิมภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน สะท้อนว่านักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัทอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ไล่ซื้อตามกระแสความร้อนแรงของข่าวเพียงอย่างเดียว

ต่อไปว่าเรื่องนี้จะไปทิศทางไหน

กรณี หุ้น SpaceX ของทรัมป์ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งในแง่ของการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ องค์กรเฝ้าระวังด้านจริยธรรมภาครัฐ และปฏิกิริยาจากสาธารณชน ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาดูว่าราคาหุ้น SpaceX ในตลาดจะฟื้นตัวจากระดับใกล้เคียงราคา IPO ได้หรือไม่ และรัฐบาลทรัมป์จะมีท่าทีอย่างไรต่อสัญญาและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทของอีลอน มัสก์ในระยะต่อไป ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สาธารณชนประเมินได้ว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง หรือมีปัจจัยอื่นแอบแฝงอยู่เบื้องหลังหรือไม่

  1. ติดตามการเปิดเผยทรัพย์สินรอบถัดไปของทรัมป์ว่ายังคงถือหุ้น SpaceX อยู่หรือไม่
  2. จับตาสัญญาใหม่ระหว่างรัฐบาลกลางกับ SpaceX ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
  3. ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น SpaceX ในตลาดรอง
ต้องการความช่วยเหลือ?
คลิกที่นี่