KVB Logo
首頁
產品
交易
市場洞察
活動
關於我們
imgimg
市場分析

Trump ลงนาม EO ดัน Quantum Computing ภายในปี 2028

Sirawit · 141.9K 閱讀

ทรัมป์สั่งเต็มสูบ! ลงนาม 2 คำสั่งฝ่ายบริหารผลักดัน Quantum Computing สู่ยุคพาณิชย์ภายในปี 2028

 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับ quantum computing โดยตรง ณ ห้องทำงานโอวัลออฟฟิศ ล้อมรอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google และ IBM สาระสำคัญของคำสั่งทั้งสองฉบับมุ่งเป้าหมายชัดเจน คือผลักดันให้สหรัฐอเมริกาครองความเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก่อนคู่แข่งอย่างจีน และเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในยุคควอนตัม

ทรัมป์กล่าวในงานลงนามว่า "เราจะลงทุนในความเป็นผู้นำด้าน quantum computing ของอเมริกาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน" พร้อมเรียกคำสั่งทั้งสองฉบับนี้ว่าเป็น "ก้าวสำคัญ" สำหรับสหรัฐอเมริกาในเวทีเทคโนโลยีโลก

คำสั่งฉบับที่ 1: เร่งสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์

คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับแรกถือเป็นหัวใจสำคัญของแพ็กเกจนี้ มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการพัฒนา quantum computing ให้ถึงขั้น "เชิงพาณิชย์" ภายในสิ้นวาระของทรัมป์ในปี 2028 โดยเฉพาะเป้าหมายการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังเพียงพอสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ซึ่ง Michael Kratsios ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาวระบุว่า เชื่อว่าสิ่งนี้ "สามารถเกิดขึ้นได้ภายในปี 2028"

คำสั่งนี้ยังครอบคลุมถึงการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและวัสดุด้าน quantum computing พัฒนากำลังคนด้านนี้ผ่านการขยายโปรแกรมฝึกงาน ประกาศนียบัตร และสถาบันพัฒนาบุคลากรระดับชาติ รวมถึงสั่งให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดทำแผนใช้งาน quantum-enabled sensors และเครือข่ายควอนตัมภายใน 5 ปี

อย่างไรก็ดี ยังมีรายละเอียดสำคัญที่ยังไม่ถูกกำหนด โดยเฉพาะนิยามที่ชัดเจนของ "คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังเพียงพอสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์" ซึ่งคำสั่งกำหนดให้กระทรวงพลังงานเป็นผู้กำหนดมาตรฐานดังกล่าวในภายหลัง ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความสามารถในการตรวจสอบและวัดผลของเป้าหมายปี 2028 อย่างเป็นรูปธรรม

คำสั่งฉบับที่ 2: เร่งปกป้องระบบรัฐบาลจากภัยคุกคาม Quantum

คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับที่สองมุ่งเน้นด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเร่งการย้ายระบบไปใช้ post-quantum cryptography หรือการเข้ารหัสที่ทนทานต่อการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม กำหนดเส้นตายใหม่คือปี 2031 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมของรัฐบาลไบเดนที่ตั้งไว้ที่ปี 2035 ถึง 4 ปี

เหตุผลของความเร่งด่วนนี้มาจากความเสี่ยงพื้นฐานของ quantum computing ที่มีต่อระบบเข้ารหัสในปัจจุบัน เมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังเพียงพอ มันสามารถถอดรหัสการเข้ารหัสแบบ RSA และ ECC ที่ใช้ปกป้องการสื่อสารลับ ระบบการเงิน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้ภายในเวลาอันสั้น ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามระดับอารยธรรมต่อความมั่นคงดิจิทัลของโลก

"Together, these policies will drive transformational growth in existing and entirely new industries, in manufacturing, drug discovery, energy, agriculture, and more." — Michael Kratsios, White House Office of Science and Technology Policy

นอกจากนี้ คำสั่งยังมีส่วนที่สั่งให้หน่วยงานข่าวกรองดำเนินการปกป้องงานวิจัย quantum computing ในประเทศจากภัยคุกคามต่างชาติ ซึ่งสะท้อนความกังวลอย่างชัดเจนว่าประเทศคู่แข่งอย่างจีนอาจพยายามขโมยองค์ความรู้ด้านนี้จากสหรัฐอเมริกา

เงิน 2 พันล้านดอลลาร์: รัฐบาลลงทุนหุ้นใน 9 บริษัท Quantum

ก่อนหน้าการลงนามคำสั่งเหล่านี้เพียงไม่กี่สัปดาห์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศเม็ดเงินลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 9 บริษัท quantum computing ซึ่งรัฐบาลจะได้รับหุ้นส่วนในบริษัทเหล่านั้นเป็นการแลกเปลี่ยน นับเป็นรูปแบบการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่รัฐบาลเข้าถือหุ้นโดยตรงในบริษัทเอกชนที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

การจัดสรรเงินทุนในรายละเอียด ได้แก่:

  • IBM (ผ่านบริษัทสปินออฟ) — 1,000 ล้านดอลลาร์ (50% ของเม็ดเงินทั้งหมด)
  • GlobalFoundries — 375 ล้านดอลลาร์
  • D-Wave Quantum — 100 ล้านดอลลาร์
  • Rigetti Computing — 100 ล้านดอลลาร์
  • Infleqtion — 100 ล้านดอลลาร์
  • บริษัทอื่น ๆ อีก 4 แห่ง — ส่วนที่เหลือ

Arvind Krishna ซีอีโอของ IBM กล่าวว่าเงินทุนดังกล่าวจะ "เร่งนวัตกรรมควอนตัมของอเมริกา" ขณะที่ทำเนียบขาวชี้แจงว่าไม่มีบริษัทใดได้รับการเอื้อประโยชน์เป็นพิเศษจากคำสั่งฝ่ายบริหารทั้งสองฉบับนี้ โดยบริษัทในอุตสาหกรรมทั้งหมดมีโอกาสเข้าถึงโปรแกรมต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากคำสั่งเหล่านี้ได้อย่างเท่าเทียม

Quantum Computing คืออะไร และทำไมถึงสำคัญขนาดนี้?

เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของคำสั่งเหล่านี้ จำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐานของ quantum computing ก่อน คอมพิวเตอร์ทั่วไปทำงานด้วย "บิต" ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลที่มีค่าได้เพียง 0 หรือ 1 เท่านั้น แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้ "คิวบิต" (qubit) ซึ่งอาศัยหลักการควอนตัมฟิสิกส์ที่เรียกว่า "superposition" ทำให้คิวบิตหนึ่งตัวสามารถมีค่าเป็น 0 และ 1 พร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน

Daniel Lidar ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก University of Southern California อธิบายว่าหลักการดังกล่าวทำให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถประมวลผลปัญหาที่ซับซ้อนบางประเภทได้เร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยอุตสาหกรรมที่ McKinsey & Company คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะแรก ได้แก่:

  1. ยานยนต์ — การออกแบบวัสดุและการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ
  2. เคมีภัณฑ์ — การค้นพบโมเลกุลและวัสดุใหม่
  3. บริการทางการเงิน — การบริหารความเสี่ยงและการเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอ
  4. วิทยาศาสตร์ชีวภาพ — การค้นพบยาและการรักษาโรค

McKinsey ประเมินว่าใน 4 อุตสาหกรรมนี้รวมกัน quantum computing อาจสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 ตามรายงานที่เผยแพร่ในปี 2023

การแข่งขันกับจีน: มิติภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในคำสั่งนี้

แม้คำสั่งฝ่ายบริหารจะไม่ระบุชื่อจีนโดยตรง แต่บริบทของการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจนั้นแทรกซึมอยู่ในทุกมาตรการ Kratsios กล่าวถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและมาตรการความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน "ในแง่ของคู่แข่งและฝ่ายตรงข้ามที่พยายามบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ"

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าประเทศใดก็ตามที่บรรลุ quantum computing ที่ใช้งานได้จริงก่อนจะได้เปรียบการถอดรหัสข้อมูลที่เข้ารหัสด้วยมาตรฐานปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าทุกการสื่อสารลับ ทุกธุรกรรมทางการเงิน และทุกระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ถูกปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบดั้งเดิมจะถูกเปิดเผยได้ นี่คือเหตุผลที่คำสั่งฉบับที่สองมุ่งเน้นการเร่งย้ายระบบไปสู่ post-quantum cryptography ก่อนที่ภัยคุกคามนั้นจะกลายเป็นความจริง

ความท้าทายและคำถามที่ยังค้างคา

แม้จะมีความตื่นเต้นรอบ ๆ คำสั่งเหล่านี้ แต่ก็ยังมีคำถามสำคัญหลายประการที่ยังรอคำตอบ ประการแรกคือนิยามของ "คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังเพียงพอสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์" ยังไม่ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการ กระทรวงพลังงานต้องแปลงเป้าหมายดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานที่วัดได้ก่อนที่ใครจะบอกได้ว่าเป้าหมายปี 2028 สำเร็จหรือล้มเหลว

ประการที่สองคือคำสั่งเหล่านี้ไม่ได้จัดสรรเงินทุนเพิ่มเติมใด ๆ แต่เพียงสั่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้เงินทุนที่มีอยู่เดิมในการดำเนินงาน ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดที่สำคัญเมื่อพิจารณาถึงขนาดของความทะเยอทะยานในคำสั่ง

ประการที่สามคือการถกเถียงในอุตสาหกรรม quantum computing เองเกี่ยวกับว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรกว่าเทคโนโลยีนี้จะพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์จริง ๆ นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในประเด็นนี้ โดยบางส่วนมองว่าปี 2028 เป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเกินจริง

ผลกระทบต่อนักลงทุนและนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนที่ติดตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ คำสั่งเหล่านี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลกลางจะเป็นลูกค้าและผู้สนับสนุนรายใหญ่ของอุตสาหกรรม quantum computing ในช่วงหลายปีข้างหน้า บริษัทที่อยู่ในสายตาของนักลงทุนในขณะนี้ ได้แก่ IBM (IBM), D-Wave Quantum (QBTS), Rigetti Computing (RGTI), IonQ (IONQ) และ Honeywell ที่มี Quantinuum เป็นบริษัทลูก

นอกจากนี้ Nvidia ยังเพิ่งเปิดตัวความสามารถในการ calibrate quantum processor ใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทกึ่งตัวนำรายใหญ่ก็มองเห็นโอกาสในระบบนิเวศ quantum computing เช่นกัน การลงทุนในระบบนิเวศของ quantum computing จึงครอบคลุมทั้งผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และอัลกอริทึม ผู้ผลิตชิปที่ใช้ในระบบควอนตัม และบริษัทที่ให้บริการ post-quantum cybersecurity

บทสรุป: จุดเปลี่ยนหรือแค่คำประกาศ?

คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์เรื่อง quantum computing สะท้อนให้เห็นสองสิ่งพร้อมกัน: ความเร่งด่วนในการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับจีน และความเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชนสามารถเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ได้

สิ่งที่น่าสนใจคือแนวทางนี้สอดคล้องกับรูปแบบที่สหรัฐฯ เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Apollo ที่พาคนไปดวงจันทร์ หรือการพัฒนา GPS ที่กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและทะเยอทะยานพร้อมกับการลงทุนจากภาครัฐมักเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทรงพลัง

แต่ในท้ายที่สุด กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ จะต้องแปลงวิสัยทัศน์เหล่านี้ให้เป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่วัดได้ และอุตสาหกรรม quantum computing ทั่วโลกจะต้องพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำสิ่งที่สัญญาไว้ได้จริง ก่อนที่เป้าหมายปี 2028 จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการบริหารงานของทรัมป์ในด้านเทคโนโลยี

需要幫助?
點擊此處