KVB Logo
Trang chủ
Sản phẩm
Giao dịch
Tìm hiểu thị trường
Hoạt động
Về chúng tôi
imgimg
Phân tích thị trường

Warren Buffett แนะนำ S&P 500 และประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่าเขาถูก

Jerry · 181.1K Lượt xem

Warren Buffett พูดในงานประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway

Warren Buffett แนะนำ S&P 500 Index Fund มาหลายทศวรรษ — และประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่าเขาถูกทุกครั้ง

ในโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยกูรูหน้าใหม่ กลยุทธ์ซับซ้อน และสัญญาณซื้อขายที่อ้างว่าเอาชนะตลาดได้ มีชายคนหนึ่งที่ยืนหยัดพูดสิ่งเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานกว่าสามทศวรรษ นั่นคือ Warren Buffett นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่แห่ง Berkshire Hathaway ที่แม้แต่ตัวเองจะมีทักษะในการเลือกหุ้นระดับโลก แต่กลับบอกนักลงทุนรายย่อยว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาทำได้คือการซื้อ S&P 500 Index Fund และถือมันไว้ยาว ๆ

คำแนะนำนี้ไม่ใช่การพูดเพื่อความสุภาพ แต่เป็นความเชื่อที่ Buffett ยืนยันด้วยเงินจริง ด้วยพฤติกรรมจริง และด้วยการพนันที่กลายเป็นตำนานในวงการลงทุน

การพนัน 500,000 ดอลลาร์ที่พิสูจน์ทุกอย่าง

ในปี 2007 Buffett ได้ท้าพนันผู้จัดการกองทุน Hedge Fund ทั้งหลายด้วยเงินจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เดิมพันง่าย ๆ คือ S&P 500 Index Fund จะให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุน Hedge Fund ใด ๆ ในช่วง 10 ปีถัดไป ปรากฏว่ามีเพียง Ted Seides อดีตผู้ร่วมบริหารของ Protégé Partners เพียงคนเดียวที่กล้ารับข้อเสนอนี้

Buffett เลือกลงทุนใน Index Fund ต้นทุนต่ำ ขณะที่ Seides เลือกกลุ่มกองทุน Hedge Fund ที่บริหารโดยมืออาชีพชั้นนำ ผลลัพธ์หลังจาก 10 ปีผ่านไป Buffett ชนะอย่างขาดลอย และเงินที่ได้รับถูกบริจาคให้การกุศล

เหตุการณ์นี้ไม่ได้แค่พิสูจน์ความถูกต้องของ S&P 500 Index Fund แต่ยังเปลือยให้เห็นความจริงอันยากจะยอมรับของอุตสาหกรรมการเงิน นั่นคือค่าธรรมเนียมและการบริหารแบบ Active ในระยะยาวนั้นกินผลตอบแทนของนักลงทุนอย่างน่าเจ็บปวด

คำพูดที่ควรจำไว้ตลอดชีวิต

ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire Hathaway ในปี 2020 Buffett กล่าวอย่างชัดเจนว่า

"สำหรับคนส่วนใหญ่ สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำคือการถือ S&P 500 Index Fund"

 

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดแบบนี้ ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ปี 2013 Buffett ได้เขียนแผนการจัดการมรดกของตัวเองไว้ด้วย โดยระบุว่าเขาต้องการให้ทรัพย์สมบัติที่จะตกทอดถึงภรรยา 90% ถูกนำไปลงทุนใน S&P 500 Index Fund ต้นทุนต่ำ อย่างเช่น Vanguard และอีก 10% ในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น

หากชายที่มีทักษะการเลือกหุ้นดีที่สุดในโลกยังบอกว่าคนทั่วไปไม่ควรพยายามเลือกหุ้นเอง นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนมากพอ

ทำไม Vanguard S&P 500 ETF (VOO) ถึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง

เมื่อพูดถึง S&P 500 Index Fund ชื่อที่ Buffett มักอ้างอิงถึงบ่อยที่สุดคือ Vanguard S&P 500 ETF หรือ VOO ซึ่งมีเหตุผลที่แข็งแกร่งหลายประการ

ประการแรกคือค่าธรรมเนียมที่ต่ำอย่างน่าทึ่ง VOO มี Expense Ratio เพียง 0.03% เท่านั้น หมายความว่านักลงทุนที่ใส่เงิน 1,000 ดอลลาร์เข้าไปจะเสียค่าธรรมเนียมเพียง 30 เซนต์ต่อปี ตัวเลขนี้เทียบกับกองทุน Mutual Fund หรือ Hedge Fund หลายแห่งที่เก็บค่าธรรมเนียม 1–2% ต่อปี หรือบวกค่าผลการดำเนินงานเพิ่มอีก 20% แล้วมันต่างกันอย่างมหาศาลในระยะยาว

ประการที่สองคือการกระจายความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ VOO ให้นักลงทุนถือหุ้นของบริษัทใหญ่ที่สุดประมาณ 500 แห่งในสหรัฐอเมริกาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Apple, Microsoft, NVIDIA, Amazon, Meta และอื่น ๆ ในสัดส่วนที่ถ่วงน้ำหนักตาม Market Cap ซึ่งหมายความว่าบริษัทที่ใหญ่ขึ้นจะมีสัดส่วนในพอร์ตมากขึ้นตามธรรมชาติ

ประการที่สามคือผลตอบแทนในอดีต S&P 500 Index Fund อย่าง VOO ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 15% ในทศวรรษที่ผ่านมา และหากนับย้อนหลัง 30 ปี ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนรวมกว่า 1,670% หรือทบต้นประมาณ 10% ต่อปี แม้จะผ่านวิกฤตเศรษฐกิจถึงสามครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว

ทำไมกองทุน Active จึงสู้ไม่ได้

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ถ้า Hedge Fund มีทีมนักวิเคราะห์ระดับโลก มีโมเดลการลงทุนที่ซับซ้อน และมีข้อมูลที่นักลงทุนรายย่อยเข้าไม่ถึง แล้วทำไมถึงสู้ S&P 500 Index Fund ไม่ได้

คำตอบอยู่ที่โครงสร้างของตลาดเอง การศึกษาของ Morningstar ในปี 2025 พบว่าในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 8% ของกองทุน Active ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เท่านั้นที่สามารถเอาชนะ Benchmark Index ได้หลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากบทความต้นฉบับที่ระบุว่ามีเพียง 14% ของกองทุน Active ขนาดใหญ่ที่ชนะ S&P 500 ในทศวรรษที่ผ่านมา

เหตุผลหลักมาจากธรรมชาติของ Index Fund ที่ถ่วงน้ำหนักตาม Market Cap ผู้ชนะจะได้สัดส่วนมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้แพ้จะหดตัวลงเองตามธรรมชาติ มันคือการคัดเลือกตามธรรมชาติในแบบของตลาดทุน ขณะที่ผู้จัดการกองทุน Active มักตัดกำไรเร็วเกินไปและถือหุ้นที่ขาดทุนต่อไปหวังฟื้น ซึ่งเป็นพฤติกรรมตรงข้ามกับสิ่งที่ตลาดให้รางวัล

กลยุทธ์ 90/10 ของ Buffett: แบบแผนสำหรับคนทั่วไป

นอกจากการแนะนำ S&P 500 Index Fund แล้ว Buffett ยังได้เสนอพอร์ตการลงทุนอย่างง่ายสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่เรียกกันว่ากลยุทธ์ 90/10 ซึ่งประกอบด้วย

  • 90% ของเงินลงทุนในกองทุน S&P 500 Index Fund ต้นทุนต่ำ
  • 10% ของเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น

พอร์ตนี้ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องการความรู้พิเศษ ไม่ต้องติดตามข่าวทุกวัน และไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ใคร มันเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความจริงว่าตัวเองไม่ใช่ Warren Buffett และไม่ต้องการแกล้งทำเป็นว่าเป็น

สำหรับนักลงทุนรายย่อยไทยที่ต้องการลงทุนใน S&P 500 Index Fund ปัจจุบันมีทางเลือกหลายช่องทาง ทั้งการลงทุนผ่านกองทุนรวมในประเทศที่ลงทุนใน S&P 500 หรือการใช้บัญชีหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่าน Broker ที่ได้รับอนุญาต

ลงทุนสม่ำเสมอ: พลังของ Dollar-Cost Averaging

หนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่สุดของ S&P 500 Index Fund คือความเหมาะสมกับกลยุทธ์ Dollar-Cost Averaging หรือการลงทุนสม่ำเสมอเป็นงวด ๆ ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง

ลองนึกภาพนักลงทุนที่ลงทุน 15,000 บาทต่อเดือนอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 30 ปีใน S&P 500 Index Fund ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี เงิน 5.4 ล้านบาทที่ลงทุนไปจะเติบโตเป็นกว่า 30 ล้านบาท นั่นคือพลังของการทบต้นที่ Einstein เคยเรียกว่าเป็น "ปาฏิหาริย์อันดับแปดของโลก"

สำคัญคือต้องลงทุนสม่ำเสมอในทุกสภาวะตลาด เมื่อตลาดลงคือโอกาสซื้อในราคาถูก เมื่อตลาดขึ้นคือกำไรบนกำไร นักลงทุนที่ตื่นตระหนกและขายออกในช่วงตลาดร่วงมักพลาดการฟื้นตัวที่รวดเร็วที่สุดซึ่งมักเกิดในไม่กี่วันหลังจากนั้น

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: ตลาดกำลังมองไปที่ไหน

ในปี 2026 Julian Emanuel จาก Evercore ISI ได้ออกมาคาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 อาจแตะระดับ 9,000 จุดภายในสิ้นปีนี้ จากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 7,479 จุด ซึ่งหมายความว่าอาจมี Upside อีกราว 20% หรือมากกว่านั้น แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของ AI ที่หนุนรายได้ของบริษัทใน S&P 500 และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ Fed

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ Buffett สอนนักลงทุนมาตลอดคือ ไม่มีใครทำนายตลาดได้อย่างแม่นยำในระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นเขาเอง นักวิเคราะห์ Wall Street หรือนักลงทุนรายย่อย สิ่งที่ควรทำคือลงทุนอย่างสม่ำเสมอและปล่อยให้เวลาทำงาน

ปัจจุบัน S&P 500 Index Fund อย่าง VOO มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 950,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั่วโลกต่างเชื่อมั่นในพลังของการลงทุนแบบ Passive

บทเรียนจาก Berkshire Hathaway: ชนะตลาดได้แต่ยังแนะนำ Index Fund

หนึ่งในความขัดแย้งที่น่าสนใจที่สุดในโลกการเงินคือ Berkshire Hathaway ภายใต้การนำของ Buffett ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 19.8% ต่อปีตั้งแต่ปี 1965 ถึง 2023 ซึ่งสูงกว่า S&P 500 อย่างชัดเจน แต่กระนั้น Buffett ก็ยังแนะนำให้คนทั่วไปลงทุนใน S&P 500 Index Fund แทนที่จะพยายามเลือกหุ้นเอง

เหตุผลคือ Buffett รู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำได้นั้นต้องการทักษะ ความรู้ เวลา และจิตวิทยาการลงทุนที่คนส่วนใหญ่ไม่มี เขาบอกชัดเจนในปี 2020 ว่า "ผมไม่คิดว่าคนส่วนใหญ่จะอยู่ในสถานะที่จะเลือกหุ้นรายตัวได้" และนั่นคือสัจธรรมที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการยอมรับ

สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว คำแนะนำของ Buffett เกี่ยวกับ S&P 500 Index Fund น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การลงทุน ไม่ซับซ้อน ไม่แพง และประวัติศาสตร์พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามันได้ผล

สรุป: ความเรียบง่ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ในยุคที่ทุกคนพยายามขายกลยุทธ์ลงทุนที่ฟังดูซับซ้อนและน่าตื่นเต้น คำแนะนำของ Warren Buffett กลับเรียบง่ายจนน่าแปลกใจ ซื้อ S&P 500 Index Fund ต้นทุนต่ำ ลงทุนสม่ำเสมอ และอย่าแตะมันเป็นเวลานาน ๆ

นี่คือคำแนะนำที่เขาพูดซ้ำมาหลายทศวรรษ ยืนยันด้วยการพนันจริง เขียนไว้ในพินัยกรรมของตัวเอง และประวัติศาสตร์ก็พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเขาถูก แม้ว่าจะมีหลายช่วงเวลาที่ตลาดสั่นสะเทือนและทุกคนอยากออกวิ่งหนี

คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่า S&P 500 Index Fund ดีพอหรือเปล่า แต่คือนักลงทุนแต่ละคนพร้อมที่จะรับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำที่ดีที่สุดที่เคยมีมาหรือยัง

Cần hỗ trợ?
Liên hệ tại đây