KVB Logo
首页
产品
交易
市场洞察
活动
关于我们
imgimg
市场分析

ตะวันออกกลางเดือดอีกครั้ง ราคาน้ำมันโลกผันผวน หลังตลาดจับตาข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน

Sirawit · 230.1K 阅读

ตะวันออกกลางเดือดอีกครั้ง ราคาน้ำมันโลกผันผวน หลังตลาดจับตาข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านตะวันออกกลางเดือด ราคาน้ำมันผันผวน จับตาข้อตกลงหยุดยิง

สถานการณ์ใน ตะวันออกกลาง กลับมาเป็นประเด็นสำคัญของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง หลังเกิดการปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม แม้ความตึงเครียดจะเพิ่มขึ้น แต่ ราคาน้ำมันโลก กลับยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ลดลง เนื่องจากนักลงทุนยังให้โอกาสกับข้อตกลงหยุดยิง และคาดหวังว่าความขัดแย้งอาจไม่ลุกลามเกินกว่าที่ควบคุมได้

ตามรายงานของ Bloomberg ราคาน้ำมัน Brent เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังมีแนวโน้มปรับตัวลงมากกว่า 7% ในรอบสัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวการปะทะด้วยความตื่นตระหนกเหมือนช่วงแรกของความขัดแย้ง แม้พื้นที่ ตะวันออกกลาง จะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนก็ตาม

ราคาน้ำมันโลกแกว่งระหว่างความหวังสันติภาพและความเสี่ยงสงคราม

ปัจจัยหลักที่ทำให้ ราคาน้ำมันโลก ยังไม่พุ่งแรงหลังเหตุปะทะล่าสุด คือท่าทีของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังคงมีผลอยู่ แม้กองกำลังทั้งสองฝ่ายจะมีการตอบโต้กันก็ตาม โดยสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน หลังจากอิหร่านยิงใส่เรือพิฆาตของสหรัฐฯ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้สถานการณ์ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ Trump เปิดเผยว่าเรือรบทั้งสามลำสามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย และไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง ท่าทีดังกล่าวทำให้ตลาดยังประเมินว่าโอกาสทางการทูตยังไม่ปิดลงทั้งหมด

ในมุมของนักลงทุน ตลาดน้ำมันขณะนี้จึงไม่ได้เคลื่อนไหวจากข่าวการสู้รบเพียงอย่างเดียว แต่กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างสองปัจจัยสำคัญ คือ “โอกาสของสันติภาพ” และ “ความเสี่ยงของการยกระดับสงคราม” หากข้อตกลงหยุดยิงยังเดินหน้าต่อไปได้ ราคาน้ำมันโลก อาจเผชิญแรงกดดันจากการคลายตัวของค่าพรีเมียมความเสี่ยง แต่หากความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง ลุกลามอีกครั้ง ราคาน้ำมันก็ยังมีโอกาสดีดตัวแรงได้เช่นกัน

ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของตลาดพลังงาน

จุดศูนย์กลางของความกังวลในรอบนี้ยังคงอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ช่องแคบแห่งนี้ถูกปิดกั้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การไหลเวียนของน้ำมันดิบหยุดชะงัก และบ่อน้ำมันหลายแห่งในภูมิภาคต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดดำเนินงาน

สำหรับตลาดพลังงาน ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เพียงเส้นทางเดินเรือทั่วไป แต่เป็นเหมือน “เส้นเลือดใหญ่” ของระบบพลังงานโลก หากเส้นทางนี้ยังไม่สามารถกลับมาเปิดใช้งานตามปกติได้ ราคาน้ำมันโลก ก็อาจยังถูกพยุงด้วยความเสี่ยงด้านอุปทาน แม้ในระยะสั้นตลาดจะตอบรับเชิงบวกต่อความหวังเรื่องข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม

ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซทำให้ความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการเมืองระหว่างประเทศ แต่กลายเป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และกำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก

นักวิเคราะห์ชี้ ตลาดยังไม่ตัดโอกาสการเจรจา

นักวิเคราะห์จาก Saxo Markets ระบุว่า ตลาดน้ำมันกำลังซื้อขายอยู่ระหว่างความเสี่ยงสองด้าน ด้านหนึ่งคือความหวังทางการทูต อีกด้านหนึ่งคือความเสี่ยงของการปะทะที่อาจลุกลามมากขึ้น กล่าวอีกอย่างคือ นักลงทุนยังให้โอกาสกับข้อเสนอด้านสันติภาพ แต่ยังไม่มั่นใจมากพอที่จะตัดค่าพรีเมียมสงครามออกจาก ราคาน้ำมันโลก อย่างสมบูรณ์

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน Brent ที่แม้จะยังอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ได้พุ่งแรงหลังข่าวการโจมตีครั้งล่าสุด เมื่อเทียบกับช่วงแรกของความขัดแย้ง ซึ่งทุกครั้งที่มีข่าวการยกระดับความรุนแรง ตลาดมักตอบสนองด้วยแรงซื้อที่ชัดเจนกว่า

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ปฏิกิริยาที่ค่อนข้างจำกัดของตลาดในครั้งนี้อาจสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มมองว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ “บริหารจัดการได้” ตราบใดที่การปะทะยังไม่ลุกลามไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ หรือกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในวงกว้าง

ตะวันออกกลางยังตึงเครียด หลัง UAE สกัดขีปนาวุธและโดรน

แม้ตลาดจะยังให้โอกาสกับข้อตกลงหยุดยิง แต่ความเสี่ยงใน ตะวันออกกลาง ยังไม่ได้หายไป โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศกำลังสกัดขีปนาวุธและโดรน ท่ามกลางสถานการณ์ที่หลายพื้นที่ในภูมิภาคยังตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี

UAE ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามช่องแคบฮอร์มุซจากอิหร่าน และเคยตกเป็นเป้าหมายหลายครั้งในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา รวมถึงเหตุโจมตีเมืองท่าฟูไจราห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านพลังงานและการขนส่งของภูมิภาค

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ตลาดยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านความมั่นคงใน ตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด เพราะหากการโจมตีขยายวงไปยังท่าเรือ โรงกลั่น หรือเส้นทางเดินเรือหลัก ผลกระทบต่อ ราคาน้ำมันโลก อาจรุนแรงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ในปัจจุบัน

IEA เตือน โลกสูญเสียน้ำมันวันละ 14 ล้านบาร์เรล

อีกหนึ่งสัญญาณที่ตอกย้ำความรุนแรงของวิกฤตพลังงาน คือคำเตือนจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ที่ระบุว่า โลกกำลังสูญเสียน้ำมันราว 14 ล้านบาร์เรลต่อวันจากผลกระทบของสงคราม และแม้ความขัดแย้งจะสิ้นสุดลง การกลับมาเพิ่มกำลังการผลิตก็อาจต้องใช้เวลา

นั่นหมายความว่า แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นจริง ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันอาจไม่คลี่คลายในทันที เพราะการกลับมาเปิดบ่อผลิต การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และการฟื้นฟูเส้นทางขนส่งล้วนต้องใช้เวลา ความเสี่ยงนี้จึงยังเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องนำมาคิดในการประเมิน ราคาน้ำมันโลก

ก่อนหน้านี้ ประเทศสมาชิก IEA ได้เห็นชอบให้มีการระบายน้ำมันสำรองจำนวน 400 ล้านบาร์เรลในเดือนมีนาคม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และหน่วยงานดังกล่าวยังระบุว่าพร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติม หากสถานการณ์ด้านพลังงานโลกยังตึงตัวต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก

ความผันผวนของ ราคาน้ำมันโลก ไม่ได้กระทบเฉพาะตลาดพลังงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนการผลิตสินค้า ราคาน้ำมันขายปลีก และเงินเฟ้อ หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ธนาคารกลางหลายประเทศอาจเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการควบคุมเงินเฟ้อ

สำหรับผู้บริโภค ผลกระทบอาจสะท้อนผ่านราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน ขณะที่ภาคธุรกิจอาจต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง สายการบิน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง

ในแง่ตลาดการเงิน ความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง ยังอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นักลงทุนอาจโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ หรือพันธบัตรรัฐบาล ขณะที่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอาจเผชิญแรงกดดัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือบานปลาย

ทำไมราคาน้ำมันโลกยังลดลง แม้ความเสี่ยงยังสูง?

คำถามสำคัญคือ เหตุใด ราคาน้ำมันโลก จึงยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ลดลง ทั้งที่สถานการณ์ใน ตะวันออกกลาง ยังตึงเครียด คำตอบอยู่ที่การคาดการณ์ของตลาด นักลงทุนไม่ได้มองเพียงเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ประเมินความเป็นไปได้ของฉากทัศน์ในอนาคตด้วย

หากตลาดเชื่อว่าการปะทะล่าสุดจะไม่ลุกลาม และข้อตกลงหยุดยิงยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ ราคาน้ำมันอาจถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร หลังจากปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ ราคาที่อยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลยังถือว่าอยู่ในระดับสูง ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มระมัดระวังมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลดลงของราคาน้ำมันไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงหายไปทั้งหมด แต่สะท้อนว่าตลาดกำลัง “ให้โอกาส” กับการเจรจา หากมีข่าวลบเพิ่มเติม เช่น การโจมตีเรือพาณิชย์ การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซรุนแรงขึ้น หรือการตอบโต้โดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ราคาน้ำมันโลก อาจกลับมาปรับตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

บทสรุป: ตลาดน้ำมันยังอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างหยุดยิงกับสงคราม

สถานการณ์ล่าสุดใน ตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดน้ำมันโลกยังอยู่ในภาวะเปราะบาง แม้ ราคาน้ำมันโลก จะมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ลดลง แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูง โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบพลังงานโลก

ในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ท่าทีของสหรัฐฯ และอิหร่านต่อข้อตกลงหยุดยิง สถานะการเปิดหรือปิดเส้นทางในช่องแคบฮอร์มุซ และความพร้อมของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการฟื้นกำลังการผลิต หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจถูกกดดันเพิ่มเติม แต่หากความขัดแย้งลุกลาม ความเสี่ยงขาขึ้นของราคาน้ำมันยังเปิดกว้าง

กล่าวโดยสรุป ตลาดน้ำมันในเวลานี้ไม่ได้เคลื่อนไหวจากตัวเลขอุปสงค์และอุปทานเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสะท้อนความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ ความเชื่อมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง และคำถามสำคัญที่ว่า สันติภาพใน ตะวันออกกลาง ครั้งนี้จะยืนได้นานแค่ไหน เพราะคำตอบของคำถามนี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทาง ราคาน้ำมันโลก ในช่วงถัดไป

需要帮助?
点击此处