


เมื่อคืนวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2026 ตลาดการเงินโลกเผชิญกับแรงกดดันอีกระลอก เมื่อความไม่แน่นอนรอบ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ที่ยืดเยื้อมากว่า 90 วันนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปะทุขึ้นอีกครั้งในสองสนามพร้อมกัน ทั้งบนพื้นที่รบในอ่าวเปอร์เซียและในห้องประชุมรัฐสภาสหรัฐฯ ที่วอชิงตัน ดี.ซี.
ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงอย่างพร้อมเพรียง โดย S&P 500 ฟิวเจอร์ส (ES=F) ร่วงลงราว 0.5% ขณะที่ฟิวเจอร์ส Nasdaq 100 (NQ=F) ที่เน้นหนักในหุ้นเทคโนโลยีดิ่งลงประมาณ 0.6% ส่วน Dow Jones Industrial Average ฟิวเจอร์ส (YM=F) เกาะกรอบ Flatline แต่ยังมีแรงกดดันอยู่ใต้ผิวน้ำ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั่วโลกยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถสรุปข้อตกลงยุติ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ได้โดยเร็ว
เหตุการณ์ที่กระทบตลาดมากที่สุดในคืนวันพุธ คือการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านมติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) ด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง เพื่อสั่งให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยุติการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน นับเป็นครั้งแรกที่มาตรการดังกล่าวผ่านสภาล่างได้อย่างสำเร็จนับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้งมากกว่าสามเดือนก่อน
ที่น่าสังเกตคือ มีสมาชิกพรรครีพับลิกันถึงสี่คนที่ข้ามฝั่งมาร่วมลงคะแนนกับฝ่ายเดโมแครต สะท้อนให้เห็นว่าความไม่พอใจต่อการดำเนินสงครามที่ไม่มีจุดสิ้นสุดชัดเจนเริ่มแทรกซึมเข้าไปในพรรคของทรัมป์เองแล้ว ตัวแทนไบรอัน ฟิตซ์แพทริก จากรัฐเพนซิลเวเนีย ระบุว่าเขาสนับสนุนมตินี้เพราะต้องการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติอำนาจสงคราม ค.ศ. 1973 ที่กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาภายใน 60 วัน หรือยุติการปฏิบัติการทางทหาร
"เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย" — ตัวแทนไบรอัน ฟิตซ์แพทริก พรรครีพับลิกัน รัฐเพนซิลเวเนีย
อย่างไรก็ตาม มตินี้ยังถือเป็น "สัญลักษณ์" มากกว่า "บังคับ" เพราะทรัมป์มีสิทธิ์ใช้อำนาจ Veto ปฏิเสธมติดังกล่าวได้ ประธานสภาไมค์ จอห์นสัน ยืนหยัดสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ โดยกล่าวว่าอิหร่านประกาศสงครามกับสหรัฐฯ มาตั้งแต่ 47 ปีก่อนแล้ว แต่ภาพรวมทางการเมืองที่แตกแยกในพรรครีพับลิกันเองก็ส่งสัญญาณให้ตลาดเห็นว่าเส้นทางออกจาก สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ยังคงเต็มไปด้วยหลุมบ่อ
เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดตลาดถึงมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงต่อ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน จำเป็นต้องย้อนดูภาพรวมของความขัดแย้งที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ
หัวใจสำคัญของผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน อยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานโลก ซึ่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กว่า 20-21% ของซัพพลายโลกต้องผ่านจุดนี้ทุกวัน หากอิหร่านปิดหรือขัดขวางการสัญจรในช่องแคบ ผลกระทบจะแผ่ซ่านไปยังทุกมุมโลกทันที
ทรัมป์เคยกล่าวว่าสหรัฐฯ จะ "คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" และเคยพูดถึงความเป็นไปได้ในการ "ยึดแหล่งส่งออกน้ำมันที่เกาะคาร์ก" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ทำให้ตลาดน้ำมันผันผวนอย่างหนัก ราคาน้ำมัน Brent ในยุโรปพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ในช่วงที่ความขัดแย้งร้อนแรงที่สุด ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยหนักใจของธนาคารกลาง (Fed)
ตลอดระยะเวลาที่ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ดำเนินมา ตลาดหุ้นแสดงพฤติกรรมที่ชัดเจน คือ "ขึ้นเมื่อมีสัญญาณการเจรจา ลงเมื่ออิหร่านปฏิเสธ" ในช่วงต้นของความขัดแย้ง S&P 500 ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบหลายเดือน ก่อนที่จะฟื้นตัวบางส่วนเมื่อมีการสงบศึกชั่วคราวในเดือนเมษายน และกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในช่วงสั้น ๆ ท่ามกลางความหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
แต่ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน ภาพเดิมซ้ำรอย ตลาดถอยออกจากจุดสูงสุด น้ำมันพุ่ง และฟิวเจอร์สในคืนเดียวกันสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีกันในอ่าวเปอร์เซียแม้จะอยู่ในช่วงสงบศึกที่เปราะบาง นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถามว่าทรัมป์มีแผนยุติสงครามที่ชัดเจนจริง ๆ หรือไม่
แม้จะมีข่าวใหญ่อีกสองเรื่องที่ปกติแล้วควรจะครองพาดหัว แต่ก็ถูกกดทับด้วยแรงกดดันจาก สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน อยู่ดี
SpaceX ยืนยันในเอกสารทางการว่าวางแผน IPO ขนาด 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสำเร็จจะกลายเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน ขณะที่ Broadcom (AVGO) รายงานผลประกอบการที่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง โดยเฉพาะแนวโน้มยอดขายชิป AI ที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวัง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงหลังตลาดปิด สัญญาณที่น่ากังวลสำหรับกลุ่มเทคโนโลยีโดยรวม
ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน วอลล์สตรีทรอรับข้อมูลตลาดแรงงานสองชุดก่อนรายงาน Nonfarm Payrolls ของเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะออกในวันศุกร์ ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์จาก Bureau of Labor Statistics และข้อมูลการปลดพนักงานจาก Challenger, Gray & Christmas ทั้งสองชุดข้อมูลนี้จะช่วยประเมินว่าความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานจริงหรือไม่
ในด้านผลประกอบการ บริษัทที่ต้องติดตามในวันพฤหัสบดี ได้แก่ Ciena Corporation (CIEN), lululemon athletica (LULU) และ DocuSign (DOCU) ซึ่งล้วนเป็นตัวชี้วัดสำคัญของภาคโทรคมนาคม การค้าปลีก และซอฟต์แวร์ตามลำดับ
เมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ในมิติของตลาดการเงิน มีสามปัจจัยหลักที่นักลงทุนกังวลมากที่สุด
มอร์แกน สแตนลีย์ระบุในรายงานว่าแม้ Wall Street จะมองโลกในแง่ดี แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สะสมขึ้นทำให้ตลาด "เดินบนเชือก" ความคาดหวังที่ถูก Price-in ไปมากแล้วทำให้ผิดหวังได้ง่ายเมื่อมีข่าวร้ายออกมา
ภายใต้กรอบ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ที่ยังไม่มีบทสรุป ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางตลาดในระยะสั้นมีดังนี้
สิ่งที่แน่ชัดคือ ตลาดการเงินโลกจะยังคงผันผวนตาม Headline ของ สงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง