KVB Logo
首页
产品
交易
市场洞察
活动
关于我们
imgimg
市场分析

ราคาทองคำ 2026 ดีดตัวจากจุดต่ำสุด 6 เดือน

Jerry · 229.2K 阅读

ทองคำแท่งสะท้อนราคาทองคำโลก 2026

ราคาทองคำ 2026 ดีดตัวจากจุดต่ำสุดในรอบ 6 เดือน — อิหร่านและเฟดยังคุมเกม

วันที่ 11 มิถุนายน 2026 ตลาดทองคำโลกส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง หลังราคา XAU/USD แตะโซนต่ำสุดในรอบหกเดือนที่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะดีดตัวกลับเมื่อสหรัฐฯ ประกาศว่าปฏิบัติการทางทหารล่าสุดในอิหร่านเสร็จสิ้นแล้ว ส่งสัญญาณว่าการเจรจาสันติภาพอาจกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนทั่วโลกต้องกลับมาตั้งคำถามว่า ราคาทองคำ 2026 กำลังเดินหน้าต่อหรือกำลังเข้าสู่กับดักใหม่

จากจุดสูงสุดสู่จุดต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

เพื่อทำความเข้าใจการดีดตัวครั้งนี้ ต้องย้อนดูเส้นทางของทองคำตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ต้นปี 2026 ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 5,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่เหตุการณ์สองอย่างจะเขย่าตลาดพร้อมกัน

เหตุการณ์แรกคือการแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026 Warsh มีชื่อเสียงด้านความเป็น Hawkish และวิจารณ์นโยบาย QE มาโดยตลอด ตลาดตีความทันทีว่านี่หมายถึงยุคดอกเบี้ยสูงจะยืดยาว ราคาทองคำดิ่งลงกว่า 11% ภายในวันเดียว

เหตุการณ์ที่สองคือสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 แทนที่จะดันราคาทองคำขึ้นตามที่นักลงทุนคาด สงครามครั้งนี้กลับส่งผลตรงข้าม เมื่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาน้ำมันพุ่งสูงทำให้ตลาดคาดว่าเฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อ ราคาทองคำ 2026 โดยตรง

ผลลัพธ์คือราคาทองคำร่วงลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุด มาแตะโซน 4,098–4,170 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan ระบุว่าเป็น "intra-year floor" หรือจุดต่ำสุดภายในปีนี้

ทำไมราคาทองคำถึงดีดตัวขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน

การฟื้นตัวของ ราคาทองคำ 2026 ในวันนี้มีตัวเร่งสำคัญสองประการ ประการแรกคือแถลงการณ์ของกองทัพสหรัฐฯ ที่ระบุว่าปฏิบัติการโจมตีล่าสุดในอิหร่านเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหาว่าอิหร่านกำลังถ่วงเวลาการเจรจา และสั่งโจมตีเพิ่มเติม ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ

การประกาศว่าปฏิบัติการเสร็จสิ้นทำให้ความหวังเรื่องการเจรจาสันติภาพกลับมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลง และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่จะบังคับให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยก็คลี่คลายลงบางส่วน ทองคำจึงได้รับแรงซื้อกลับคืนมา

ประการที่สองคือการที่ตลาดเริ่มมองเข้าหาการประชุม FOMC วันที่ 16–17 มิถุนายน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกในฐานะประธานเฟดของ Kevin Warsh ข้อมูลจาก CME FedWatch ณ วันที่ 9 มิถุนายน แสดงว่าตลาดให้โอกาสสูงถึง 97–99% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50–3.75% และโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 มีไม่ถึง 4% ซึ่งหมายความว่าหากเฟดส่งสัญญาณ Neutral หรือ Dovish กว่าที่คาดในการแถลงข่าว ราคาทองคำ 2026 อาจกลับมาเร่งตัวขึ้นได้เร็ว

ปัจจัยที่ยังกดดัน: เงินเฟ้อและดอลลาร์แข็ง

แม้สัญญาณระยะสั้นจะดูเป็นบวก แต่ยังมีปัจจัยกดดันที่นักลงทุนต้องจับตา ประการแรกคือตัวเลข CPI เดือนพฤษภาคม 2026 ที่ยืนยันที่ระดับ 4.2% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดอย่างมีนัยสำคัญ บวกกับราคาน้ำมันที่ยังอยู่แถว 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ล้วนเป็นสัญญาณที่ทำให้เฟดไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ง่าย

นักวิเคราะห์จาก EBC Financial Group ชี้ว่า "ทองคำกำลังตกอยู่ในกับดักระหว่างแรงซื้อจาก Safe Haven และแรงกดดันจากดอกเบี้ยจริง (Real Yield) ที่ยังสูง" กล่าวคือ แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะผลักดันให้นักลงทุนหนีเข้าหาทองคำ แต่สภาวะการเงินที่ตึงตัวก็ยับยั้งการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงไว้พร้อมกัน

แนวรับสำคัญที่ต้องจับตาคือโซน 4,100 ดอลลาร์ หาก ราคาทองคำ 2026 รักษาระดับนี้ไว้ได้ก็ถือว่าการปรับฐานยังอยู่ในกรอบ Correction ปกติ แต่หากหลุดลงไป นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจเห็นการขายต่อเนื่องลงไปทดสอบโซน 3,816–4,000 ดอลลาร์ได้

มุมมองสถาบัน: เป้าหมายระยะยาวยังสูง

ท่ามกลางความผันผวนระยะสั้น สถาบันการเงินชั้นนำยังคงมองบวกต่อ ราคาทองคำ 2026 ในระยะยาว J.P. Morgan คาดว่าราคาจะแตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี และอาจถึง 6,300 ดอลลาร์ในปี 2027 ขณะที่ Bank of America ก็ตั้งเป้าที่ 6,000 ดอลลาร์เช่นกัน

ปัจจัยหนุนระยะยาวที่สถาบันเหล่านี้อ้างถึงได้แก่ การซื้อทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังดำเนินต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1 ปี 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 244 ตัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ประกอบกับกระแส De-dollarization ที่ผลักดันให้หลายประเทศลดการพึ่งพาดอลลาร์และหันมาสะสมทองคำแทน

วิเคราะห์: 3 สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหลัง FOMC มิถุนายน

การประชุม FOMC ในสัปดาห์หน้าถือเป็น Catalyst สำคัญที่สุดสำหรับ ราคาทองคำ 2026 ในระยะ 1–2 เดือนข้างหน้า นักวิเคราะห์วางกรอบสถานการณ์ไว้ 3 แบบ

  1. Dot Plot คงเดิม + Powell ส่งสัญญาณ Neutral: ทองคำน่าจะดีดตัวขึ้นแรง เพราะ Positioning ปัจจุบันสะท้อน Hawkishness ไว้มากเกินจริง การ Short Covering อาจพา XAU/USD ขึ้นทดสอบโซน 4,300–4,350 ดอลลาร์
  2. Dot Plot ขยับขึ้น 1 ครั้งในปีนี้: ราคาทองคำน่าจะถูกกดดันต่อ แต่ Downside อาจจำกัดเพราะตลาดได้ Priced-in ความ Hawkish ไปแล้วบางส่วน
  3. สัญญาณสันติภาพอิหร่านชัดเจนก่อนประชุม: นี่คือ Wild Card ที่อาจพาราคาทองคำขึ้นได้โดยไม่รอเฟด เพราะจะลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและเปิดทางให้เฟดพิจารณาลดดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น

สิ่งที่นักลงทุนทองคำควรติดตามในสัปดาห์นี้

สำหรับผู้ที่ติดตาม ราคาทองคำ 2026 อย่างใกล้ชิด มีปฏิทินเหตุการณ์ที่สำคัญในสัปดาห์นี้ดังนี้

  • ตัวเลข CPI รายเดือน: หากเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว จะเปิดทางให้ทองคำฟื้น หากร้อนแรงต่อ แรงกดดันก็ยังคงอยู่
  • University of Michigan Inflation Expectations มิถุนายน: ตัวชี้วัดนี้สะท้อนการคาดการณ์ของผู้บริโภค ซึ่งเฟดให้น้ำหนักสูงในการตัดสินใจนโยบาย
  • ความเคลื่อนไหวทางการทูตอิหร่าน-สหรัฐฯ: ทุกแถลงการณ์จากวอชิงตันหรือเตหะรานสามารถขยับราคาทองคำได้ทันที
  • การประชุม FOMC 16–17 มิถุนายน: ทั้งการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย Dot Plot ใหม่ และแถลงข่าวของ Warsh ล้วนมีน้ำหนักสูงมาก

บทสรุป: ทองคำอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

การดีดตัวของ ราคาทองคำ 2026 ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้เป็นสัญญาณบวกระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่สัญญาณพลิกเทรนด์ระยะกลาง ตราบใดที่ดอกเบี้ยจริงยังสูง ดอลลาร์ยังแข็ง และสงครามอิหร่านยังไม่มีข้อยุติ ทองคำก็จะยังคงติดอยู่ระหว่างสองแรงที่ดึงในทิศทางตรงข้าม

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่มองระยะยาว ระดับราคาปัจจุบันแถว 4,100–4,200 ดอลลาร์ถือว่าห่างจากเป้าหมายของสถาบันใหญ่ทุกแห่งอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น J.P. Morgan ที่มองถึง 6,000–6,300 ดอลลาร์ หรือ Goldman Sachs และ Morgan Stanley ที่ต่างก็มีเป้าหมายในระดับใกล้เคียงกัน

สัปดาห์นี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ราคาทองคำ 2026 จะสามารถกลับมายืนเหนือแนวต้าน 4,300–4,350 ดอลลาร์ได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่ตัวเลขเงินเฟ้อและสิ่งที่ Kevin Warsh จะพูดในวันที่ 17 มิถุนายน

需要帮助?
点击此处