KVB Logo
首页
产品
交易
市场洞察
活动
关于我们
imgimg
市场分析

การเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ความคืบหน้าและอนาคตช่องแคบฮอร์มุซ

Jerry · 162.1K 阅读

การเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน

การเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน: ความก้าวหน้าที่บอบบาง และชะตากรรมของช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2026 ที่รีสอร์ทหรูบนยอดเขาเบือร์เกนสต็อก ริมทะเลสาบลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คณะผู้แทนระดับสูงจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้นั่งลงบนโต๊ะเจรจาเป็นครั้งแรกภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อต้นสัปดาห์ การเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยุติความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 แต่เส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยหลุมพรางและความไม่แน่นอน

จากสงครามสู่โต๊ะเจรจา: พื้นหลังที่ต้องรู้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศ "ปฏิบัติการรบหลัก" ต่ออิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยอิสราเอลเป็นพันธมิตรร่วมปฏิบัติการ การโจมตีร่วมครั้งนั้นพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการทหาร รัฐบาล และพลังงานของอิหร่าน ผลพวงสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจโลกคือการปิดช่องแคบฮอร์มุซนานกว่าสี่เดือน ซึ่งสร้างการหยุดชะงักต่อการส่งออกพลังงานโลกรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

การเจรจารอบแรกในปากีสถานเมื่อเดือนเมษายนล้มเหลว แต่ทรัมป์ขยายการหยุดยิงแบบไม่มีกำหนดและคงการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐต่อไประหว่างรอการเจรจา กระทั่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายบรรลุ MOU 14 ข้อซึ่งเป็นกรอบสำหรับการเจรจา 60 วัน เปิดทางให้เรือสินค้าผ่านช่องแคบ และให้สหรัฐยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรภาคพลังงานของอิหร่านชั่วคราว

เบือร์เกนสต็อก: ความคืบหน้าบนยอดเขา

ผลลัพธ์จากการประชุมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาออกมาเป็นแถลงการณ์ร่วมของกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในฐานะมิตรของทั้งสองฝ่าย ระบุว่ามีความคืบหน้าที่น่ายินดีในการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน รวมถึงการจัดตั้งกลไกสำหรับการเจรจาระดับเทคนิคที่จะดำเนินต่อในสัปดาห์นี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงบนแผนงาน (roadmap) เพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน

รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ซึ่งนำทีมสหรัฐในการเจรจาครั้งนี้ร่วมกับสตีฟ วิทคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงเชิงบวกว่า เป้าหมายหลายข้อของสหรัฐบรรลุผลไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือการยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในระยะเริ่มต้น คำถามที่เหลืออยู่คือว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุความตกลงเพิ่มเติมผ่านการทูตได้มากเพียงใด

"สิ่งที่วันนี้แสดงให้เห็นคือการเริ่มต้นของการเจรจาทางเทคนิค ซึ่งจะไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งทุกข้อได้ในคราวเดียว"

— เจดี แวนซ์, รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ในฝั่งอิหร่าน คณะผู้แทนนำโดยประธานรัฐสภาโมฮัมหมัด บาเกร์ กาลิบาฟ และรัฐมนตรีต่างประเทศอับบาส อาราคชี สะท้อนให้เห็นว่าอิหร่านให้ความสำคัญกับเรื่องการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรภาคน้ำมันและปิโตรเคมี การปลดปล่อยสินทรัพย์ที่ถูกอายัด และการเปิดแผนการพัฒนาและฟื้นฟูประเทศขนาดใหญ่

ช่องแคบฮอร์มุซ: หัวใจของการเจรจา

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20–25% ของอุปทานโลก การปิดช่องแคบมานานกว่าสี่เดือนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกอย่างรุนแรง แม้ก่อนการประกาศหยุดยิง น้ำมันจำนวนมากยังคงผ่านช่องแคบผ่านเส้นทางทางเหนือในน่านน้ำอิหร่านและเส้นทางทางใต้ในน่านน้ำโอมาน

ตัวเลขที่น่าสนใจจาก US Central Command ระบุว่าในวันเสาร์ที่ผ่านมา มีเรือสินค้า 55 ลำขนส่งน้ำมันรวมกว่า 17 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบ ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับอินเดียสามลำ บรรทุกน้ำมันจากอิรักและคูเวตรวมเกือบ 6 ล้านบาร์เรล ก็ปรากฏตัวในอ่าวโอมานอีกครั้งหลังความพยายามขอผ่านช่องแคบในวันก่อน

ฟิลลิป เบลเชอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินเรือของ Intertanko ชี้ว่าเส้นทางกลางหลักของช่องแคบยังคงปิดอยู่และมีทุ่นระเบิดโดยประเมินว่ามีอยู่ประมาณ 80 ลูกที่ต้องกำจัด แต่เส้นทางเหนือและใต้ดูเหมือนจะเปิดให้สัญจรได้เต็มที่แล้ว Lloyd's List ประเมินว่ายังมีเรือสินค้ากว่า 550 ลำที่ต้องเตรียมออกจากอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน 160 ลำ เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ 200 ลำ เรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ 60 ลำ และเรือขนส่งยานยนต์อีก 10 ลำ

ตัวแปรอิสราเอลและเลบานอน: ปมที่ยังแก้ไม่ออก

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการเจรจาเปิดเผยว่าความสำเร็จของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเลบานอนเป็นอย่างมาก และนั่นหมายความว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะฝากชะตาไว้กับการสนับสนุนจากอิสราเอล ซึ่งไม่ได้เป็นคู่เจรจาโดยตรงในครั้งนี้

อิสราเอลยังคงปฏิบัติการในเลบานอนใต้ โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่ากำลังพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อว่าเป็นที่หลบซ่อนของนักรบฮิซบอลเลาะห์ ขณะเดียวกัน อิหร่านยืนกรานเชื่อมโยงสถานการณ์เลบานอนเข้ากับกรอบการเจรจากับสหรัฐ โดยกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าสหรัฐมี "ความรับผิดชอบโดยตรง" ต่อการกระทำทางทหารของอิสราเอลในภูมิภาค

การที่ทรัมป์ส่งสัญญาณขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้งหากฮิซบอลเลาะห์ไม่หยุดโจมตีอิสราเอล ขณะที่การเจรจาในสวิตเซอร์แลนด์กำลังดำเนินอยู่ สะท้อนยุทธศาสตร์ของสหรัฐที่ยังคงรักษา "แรงกดดัน" ไว้คู่ขนานกับการทูต วิธีการนี้เป็นรูปแบบที่ทรัมป์ใช้มาตลอดในการเจรจาระดับสูง แต่ก็สร้างความสับสนและความไม่แน่นอนให้แก่คู่เจรจา

ปฏิกิริยาตลาดน้ำมัน: ความผันผวนสะท้อนความไม่แน่นอน

ตลาดน้ำมันตอบสนองต่อพัฒนาการในการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน อย่างเห็นได้ชัด หลังแถลงการณ์ร่วมระบุถึงความคืบหน้า ราคาน้ำมัน Brent ดิ่งลง 1.5% สู่ระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นกว่า 2% เนื่องจากความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบอีกครั้ง ความผันผวนในช่วงสั้นนี้เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างสัญญาณบวกจากการทูตและความเสี่ยงที่ยังคงอยู่

นักวิเคราะห์ชี้ว่าตัวแปรที่วัดได้ชัดเจนที่สุดสำหรับความสำเร็จของการเจรจาคือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ หากการโจมตีเรือสินค้าหยุดลงและมีการจัดตั้งระบบกำกับดูแลการเดินเรือที่น่าเชื่อถือ นั่นจะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการทูตกำลังให้ผล และจะส่งผลโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก

โจทย์ข้างหน้า: นิวเคลียร์ พร็อกซี และการคว่ำบาตร

กรอบ MOU 14 ข้อเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ประเด็นหลักที่ต้องเจรจาในช่วง 60 วันมีความซับซ้อนสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การสนับสนุนกลุ่มพร็อกซีทางการทหาร และระบบการจัดการช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาว

ประเด็นนิวเคลียร์เป็นหัวใจของข้อกังวลฝ่ายสหรัฐและอิสราเอล ผู้เชี่ยวชาญการเจรจาเตือนว่าการลดอาวุธนิวเคลียร์ที่น่าเชื่อถือต้องอาศัยระบอบตรวจสอบที่เข้มข้น ซึ่งอิหร่านในอดีตไม่เคยยอมรับอย่างเต็มใจ ส่วนประเด็นการคว่ำบาตรก็ซับซ้อนเช่นกัน เพราะการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรอย่างมีนัยสำคัญต้องอาศัยการผ่านกฎหมายในรัฐสภา ไม่ใช่เพียงคำสั่งฝ่ายบริหาร

ในฝั่งอิหร่าน ทีมเจรจาต้องระวังผลสะท้อนในประเทศ รายงานระบุว่าคณะผู้แทนอิหร่านหลีกเลี่ยงการจับมือกับผู้แทนสหรัฐในพิธีเปิดที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ เพราะไม่ต้องการให้ถูกมองว่าตอบโต้อย่างอ่อนข้อก่อนที่จะมีข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่าการเมืองภายในของทั้งสองฝ่ายจะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดจังหวะและขอบเขตของข้อตกลง

บทวิเคราะห์: ความหวังที่มีเหตุผล หรือแค่การยื้อเวลา?

การเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ในรอบนี้มีบริบทที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ในแง่ที่ว่าทั้งสองฝ่ายได้ลงนามใน MOU ที่มีกรอบเวลาชัดเจน มีคนกลางที่มีศักยภาพอย่างกาตาร์และปากีสถาน และมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมจากการหยุดชะงักของตลาดพลังงานโลก ปัจจัยเหล่านี้สร้าง "แรงจูงใจให้ประสบความสำเร็จ" ที่แข็งแกร่งกว่าในอดีต

อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างคำประกาศทางการเมืองและการนำไปปฏิบัติจริงคือจุดที่ข้อตกลงหลายฉบับล้มเหลวมาแล้ว ตั้งแต่ JCPOA ในปี 2015 ไปจนถึงการเจรจาหลายรอบในยุคต่างๆ อิหร่านและสหรัฐต่างมีประวัติการตีความข้อตกลงต่างกัน และแต่ละฝ่ายก็มีแรงกดดันภายในที่ขัดขวางการประนีประนอม

ฟิลิป เบลเชอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือชี้ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นมาตรวัดที่ชัดเจนที่สุดของความสำเร็จ หากเรือสินค้าผ่านได้อย่างปลอดภัยและสม่ำเสมอในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า นั่นคือสัญญาณที่ทุกคนจะมองเห็น ในทางกลับกัน หากอิหร่านใช้การควบคุมช่องแคบเป็นไพ่ต่อรองในการเจรจา ตลาดน้ำมันโลกจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบาย สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจับตาในช่วง 60 วันข้างหน้า ได้แก่ สถานการณ์การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ความคืบหน้าของการเจรจาด้านนิวเคลียร์ และสถานการณ์การสู้รบในเลบานอน ซึ่งทั้งสามประเด็นเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

  • ช่องแคบฮอร์มุซ — ตัวชี้วัดความสำเร็จระยะสั้นที่ชัดเจนที่สุด
  • โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน — ประเด็นหลักที่ต้องแก้ไขในกรอบ 60 วัน
  • สถานการณ์เลบานอน — กุญแจที่อิสราเอลถือ และอาจกำหนดชะตาของข้อตกลง
  • มาตรการคว่ำบาตร — แรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่อิหร่านต้องการ

บทสรุป: 60 วันที่จะเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลก

การเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ที่เบือร์เกนสต็อกในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่จะกำหนดรูปร่างของตะวันออกกลางและตลาดพลังงานโลกในทศวรรษข้างหน้า ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นสัญญาณบวกที่ควรบันทึกไว้ แต่ยังห่างไกลจากชัยชนะ

กรอบเวลา 60 วันที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบไม่ได้รับประกันว่าจะมีข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เกิดขึ้น แต่มันสร้างกรอบความรับผิดชอบและแรงกดดันจากกาลเวลาที่อาจเป็นตัวเร่งกระบวนการ ในโลกที่น้ำมันแต่ละบาร์เรลผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีราคาและมีนัยทางยุทธศาสตร์ การเจรจาชุดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสองประเทศ แต่เป็นเรื่องของทุกคนบนโลก

需要帮助?
点击此处